รับการทรงเรียกให้ถวายตัวรับใช้พระเจ้าเต็มเวลา

วินัย แซ่โซ่ง, นักศึกษาระดับโท (M.Div.),
รักษาการศิษยาภิบาลคริสตจักรมังกรุงเทพ

ผมเกิดและเติบโตในครอบครัวคริสเตียน เป็นเด็กในความอุปการะของมูลนิธิดรุณาทร (Compassion Thailand) ได้เรียนรู้เรื่องของพระเจ้าตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่กว่าจะเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของการกลับใจมาเป็นคริสเตียน และได้ตัดสินใจติดตามพระเจ้าด้วยความตั้งใจของตนเองก็เมื่อตอนอายุ 13 ปี

เนื่องจากพ่อแม่ผมมีลูกทั้งหมด 7 คน ทําให้มีความจํากัดในการส่งเสียลูก ๆ ทุกคนให้ได้เรียน หนังสือแม้พวกเขาจะเห็นความสําคัญแค่ไหนก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่สิ้นความพยายาม พ่อแม่ผมส่งลูก ๆ ไปอยู่หอพักคริสเตียนที่ให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เพื่อให้ลูกได้มีโอกาสเรียนหนังสือ แม้พวกเราหลายคนจะต้องอยู่ห่างกันไกลคนละจังหวัดเป็นเวลาหลายปีก็ตาม ผมได้ไปอยู่ที่หอพักอิมมานูเอล จังหวัดอํานาจเจริญ และที่นั่นเองผมได้เรียนรู้เรื่องของพระเจ้าอย่างจริงจังจากศาสนาจารย์รจนา โพธิ์ไทร ซึ่งเป็นผู้ดูแลหอพักในเวลานั้น

สิ่งที่ทําให้ผมตัดสินใจเชื่อในพระเยซูคริสต์คือ พระเจ้าสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของผมได้ ผมเป็นเด็กขี้ขโมยตั้งแต่เด็ก เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และการขโมยคือทางเดียวที่จะทําให้ผมมีในสิ่งที่ผมอยากได้ ผลการเรียนก็ต่ํามากเพราะผมขี้เกียจอ่านหนังสือและทําการบ้าน เมื่อต้องสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่จังหวัดอํานาจเจริญ ผมสอบได้ห้องรวมเด็กที่ได้คะแนนแย่ที่สุด มิหนําซ้ําผมยังถูกล้อเลียนอยู่เสมอว่าผมเป็นชาวเขา ผลการเรียนของผมตกต่ํามากจนทําให้รู้สึกว่า ผมเป็นคนโง่เหลือเกินและผมไม่อยากอยู่ในสภาพอย่างนั้นอีกแล้ว ผมขอให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของผม แล้วพระองค์ก็ไม่ละเลยคําทูลขอของผม การเรียนของผมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คําล้อเลียนจากเพื่อน ๆ ก็ลดลงและหายไป แม้จุดเริ่มต้นที่ทําให้ผมตัดสินใจเชื่อพระเจ้านั้นจะมาจากความคาดหวังที่ว่าอยากให้พระองค์เปลี่ยนชีวิตของผมให้ดีขึ้น แต่เมื่อได้เรียนรู้จักพระเจ้ามากขึ้น ผมก็ได้เข้าใจจริง ๆ ว่าตัวเองเป็นคนบาป ผมต้องกลับใจใหม่และรับการอภัยโทษจากพระเจ้า

รับการทรงเรียกให้ถวายตัวรับใช้พระเจ้าเต็มเวลา

พระเจ้าประทานพระคุณความรักแก่ชีวิตของผมอย่างมากมายเกินกว่าที่จะนับและทดแทนได้ ผมจึงตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตของตัวเองที่มีอยู่เพื่อรับใช้พระเจ้า ทําพระราชกิจของพระองค์ที่ทรงประสงค์ให้ผมทํา แม้ว่าผมจะไม่ได้ฝันหรือเห็นนิมิตว่าพระเจ้าทรงเรียกผมเป็นพิเศษ ไม่มีใครเผยคําพยากรณ์อย่างเฉพาะเจาะจงว่าพระเจ้าทรงเรียกให้ผมรับใช้พระองค์เต็มเวลา แต่ผมก็เชื่อมั่นว่าความตั้งใจที่ผมมีนั้นมาจากการทรงนําของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ความตั้งใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความคิดของผมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เกิดขึ้นโดยพระประสงค์ของพระเจ้า ผมคิดว่าเราได้เรียนรู้จักการทรงเรียกมากมายในพระคัมภีร์เมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้คนของพระองค์รับใช้และเชื่อวางใจในพระองค์ เราพบการทรงเรียกนี้เมื่อเราทําพระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ภายในเราด้วยความเชื่อฟังและสัตย์ซื่อ ซึ่งทําให้เราเกิดภาระใจในเรื่องนั้น ๆ ขึ้นเองโดยไม่ต้องรอคอยการสําแดงพิเศษหรือแรงบันดาลใจผ่านความฝันและคําพยากรณ์

นิมิตและเป้าหมายในการรับใช้

ตลอดระยะเวลาในการติดตามและรับใช้พระเจ้า ผมพบว่าตัวเองมีของประทานในการสอนและ เทศนา ผมรักที่จะทําสิ่งนี้ ผมตั้งใจว่าจะใช้ของประทานนี้ในการเสริมสร้างคริสตจักรของพระเจ้า ให้เติบโตในความเชื่อและเข้าใจความจริงในพระคัมภีร์ ปัจจุบันผมรับใช้ที่คริสตจักรมังกรุงเทพฯ ผมอยากสร้างผู้เชื่อทุกคนให้เติบโตเป็นผู้นํา เพื่อไม่ว่าพวกเขาจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม เขาจะมีชีวิตส่วนตัวที่เป็นพรและร่วมรับใช้กับคริสตจักรท้องถิ่นที่เขาอยู่ได้อย่างถวายเกียรติพระเจ้า

ความตั้งใจในอนาคต ผมอยากเรียนต่อศาสนศาสตร์ที่สถาบันพระคริสตธรรมในต่างประเทศ และอยากใช้ความรู้ที่ได้เรียนรู้มาเป็นครูสอนในโรงเรียนพระคริสตธรรมในประเทศไทยเพื่อใช้ ของประทานที่พระเจ้าทรงประทานให้อย่างเต็มประสิทธิภาพถวายแด่พระเจ้า

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ปรารถนามากที่สุดในการติดตามพระเจ้าและรับใช้พระองค์คือได้รู้จักพระองค์มากขึ้น ได้ทําในสิ่งที่พระองค์ให้ทํา และได้อยู่ที่ในที่พระเจ้าให้อยู่ นั่นคือความสําเร็จในชีวิต

** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับสุขภาวะที่ดีฝ่ายจิตวิญญาณ (Spiritual Wellness) หน้า 30-31