สุขภาวะทางอารมณ์กับการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ

สภาวะทางอารมณ์กับจิตวิญญาณมีความเชื่อมโยงกัน มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจ/อารมณ์ กายเนื้อ และจิตวิญญาณ เป็นองค์ประกอบรวมของชีวิต จิตวิญญาณหมายถึงลมหายใจที่เคลื่อนไหวระหว่างกายเนื้อและจิตใจอารมณ์ เมื่อลมหายใจหยุด ชีวิตก็จบสิ้น จิตวิญญาณหมายถึงพลังสําคัญ คุณค่าและเป้าหมายของชีวิต

ภาวะซึมเศร้าทางอารมณ์ คือจิตวิญญาณที่ไร้ความหวัง ยุ่งเหยิง ห่อเหี่ยวและแห้งแล้ง ส่วน ภาวะอารมณ์ที่ยินดี เปรมปรีดิ์ ก็นํามาซึ่งจิตวิญญาณที่กระตือรือร้นและมีชีวิตชีวา

สุขภาพทางอารมณ์คือตัวชี้วัดระดับจิตวิญญาณ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นผู้ใหญ่ทางจิตวิญญาณ ในษณะที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทางอารมณ์

– Scazzero, 2006
แปลและเรียบเรียงจาก “Emotionally Healthy Spirituality” by Peter Scazzero

แบบทดสอบต่อไปนี้เพื่อการประเมินสภาวะทางอารมณ์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเข้มแข็ง ด้านจิตวิญญาณ

ตอนที่ 1: รูปแบบทั่วไป และการเป็นสาวก
(4 = จริงที่สุด | 3 = ค่อนข้างจริง | 2 = จริงบ้าง | 1 = ไม่จริง)

ข้อ รายละเอียด 4 3 2 1
1 มั่นใจในการเป็นบุตรของพระเจ้า และไม่เคยสงสัยในการยอมรับของพระเจ้าที่มีต่อตัวเอง 4 3 2 1
2 รักในการนมัสการพระเจ้าเป็นการส่วนตัว เช่นเดียวกันกับรักในการนมัสการพระเจ้าร่วมกับคนอื่น ๆ ด้วย 4 3 2 1
3 ใช้เวลากับพระคําของพระเจ้าและอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ 4 3 2 1
4 สัมผัสได้ถึงของประทานที่พระเจ้าทรงประทานให้ และใช้ของประทานฝ่ายวิญญาณนั้นอย่างกระตือรือร้นในการรับใช้พระองค์ 4 3 2 1
5 เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสําคัญในคริสตจักร และต่อผู้เชื่อคนอื่น ๆ 4 3 2 1
6 มั่นใจว่าทรัพย์สมบัติ ของประทาน เวลา และความสามารถ อยู่ในการดูแลของพระเจ้า ไม่ใช่ของตนเอง 4 3 2 1
7 ดำเนินชีวิตโดยความเชื่อในเสมอในทุก ๆ ที่ 4 3 2 1
รวมคะแนน

ตอนที่ 2: องค์ประกอบด้านอารมณ์
(4 = จริงที่สุด | 3 = ค่อนข้างจริง | 2 = จริงบ้าง | 1 = ไม่จริง)

หลักการที่ 1: สำรวจความรู้สึกภายในจิตใจ
ข้อ รายละเอียด 4 3 2 1
1 เป็นเรื่องง่ายที่จะอธิบายความรู้สึกภายในของตนเอง (ลูกา 19:41-44; ยอห์น 11:33-35) 4 3 2 1
2 เต็มใจที่จะสำรวจตนเองในส่วนที่ยังไม่รู้จักหรือไม่ยอมรับ และยอมให้พระคริสต์เข้ามาเปลี่ยนแปลง (โรม 7:21-25; โคโลสี 3:5-17) 4 3 2 1
3 มีความสุขกับการใช้เวลาตามลำพังกับพระเจ้า (มาระโก 1:35; ลูกา 6:12) 4 3 2 1
4 สามารถแบ่งปันความรู้สึกต่าง ๆ ความยินดี และความเจ็บปวดได้อย่างอิสระ (สดุดี 22; สุภาษิต 5:18-19; ลูกา 10:21) 4 3 2 1
5 สามารถจัดการกับความโกรธในทางที่นำไปสู่การเติบโตต่อตัวเองและผู้อื่น (เอเฟซัส 4:25-32) 4 3 2 1
6 ซื่อสัตย์กับตนเองในเรื่องความรู้สึก ความเชื่อ ความสงสัย ความเจ็บปวด และความขมขื่นที่ฝังลึกอยู่ในชีวิต (สดุดี 73; 88; เยเรมีย์ 20:7-18) 4 3 2 1
รวมคะแนน
หลักการที่ 2: ทําลายอิทธิพลในอดีตที่ส่งผลกระทบในปัจจุบัน
ข้อ รายละเอียด 4 3 2 1
7 แก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมาและ น่านับถือ ไม่ละเลยต่อความเจ็บปวด ปัญหา ความเครียด หรือการหาบุคคลที่สาม แทนที่จะเข้าไปหาคนที่มีปัญหาโดยตรง (มัทธิว 8:15-18) 4 3 2 1
8 มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ สะเทือนใจ เช่น การสูญเสียบุคคลในครอบครัว การตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ การหย่าร้าง ติดยาเสพติด หรือวิกฤติทางการเงิน (ปฐมกาล 50:20; สดุดี 51) 4 3 2 1
9 ขอบคุณพระเจ้าได้สําหรับประสบการณ์ชีวิตในอดีต และเห็นวิธีการที่พระองค์ใช้เหตุการณ์เหล่านั้นขัดเกลาชีวิตฉันไปสู่ตัวตนที่ฉันเป็น (ปฐมกาล 50:20; โรม 8:28-30) 4 3 2 1
10 ฉันพบว่าพฤติกรรมและอุปนิสัยที่ไม่ดีส่งผ่านมาถึงฉันผ่านทางการเติบโตครอบครัว เช่น การโกหก ความลับ วิธีในการรับมือความเจ็บปวด และแนวโน้มที่มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนอื่น (อพยพ 20:5; เทียบกับ ปฐมกาล 20:2; 26:7; 27:19: 37:1-33) 4 3 2 1
11 ไม่จําเป็นต้องได้รับการยอมรับจากคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี (สุภาษิต 29:25; กาลาเทีย 1:10) 4 3 2 1
12 ยอมรับและเป็นเจ้าของชีวิตในอดีตแต่เพียงผู้เดียว แทนที่จะโทษผู้อื่น (ยอห์น 5:5-7) 4 3 2 1
รวมคะแนน
หลักการที่ 3: ดําเนินชีวิตในความแตกสลายและเปราะบาง
ข้อ รายละเอียด 4 3 2 1
13 มักยอมรับผิดเมื่อทําผิด และพร้อมขอการอภัยจากผู้อื่น (มัทธิว 5:23-24) 4 3 2 1
14 สามารถพูดถึงจุดอ่อน ความล้มเหลว และความผิดพลาดของตนเองได้อย่างอิสระ (2 โครินธ์ 12:7-12) 4 3 2 1
15 คนอื่นมักบอกว่าฉันเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่าย สุภาพ เปิดเผย และโปร่งใส (กาลาเทีย 5:22-23; 1 โครินธ์ 13: 1-6) 4 3 2 1
16 คนที่สนิทกับฉันมักจะพูดว่า ฉันเป็นคนไม่โกรธง่าย หรือไม่ทําร้ายใคร (มัทธิว 5:39-42; 1 โครินธ์ 13:5) 4 3 2 1
17 ฉันรับฟังการวิจารณ์และข้อเสนอแนะที่คนอื่นมีต่อฉัน และนําคําวิจารณ์นั้นมาปรับปรุงแก้ไขตนเอง (สุภาษิต 10:17; 17:10; 25:12) 4 3 2 1
18 ฉันมักไม่ตัดสินหรือวิจารณ์คนอื่น (มัทธิว 7:1-5) 4 3 2 1
19 คนอื่นมักบอกว่า ฉันเป็นคนช้าในการพูด ไวในการฟัง และเข้าใจผู้อื่นได้เป็นอย่างดี (ยากอบ 1:19-20) 4 3 2 1
รวมคะแนน
หลักการที่ 4: ของประทานในการยอมรับความจํากัด
ข้อ รายละเอียด 4 3 2 1
20 ฉันไม่เคยถูกกล่าวหาในเรื่อง “การพยายามที่จะทําทุกอย่าง” หรือทําสิ่งใด ๆ ที่เกินตัว (มัทธิว 4:1-11) 4 3 2 1
21 สามารถ “ปฏิเสธ” ต่อคําขอร้องหรือโอกาสต่าง ๆ ที่เข้ามามากกว่าที่จะเสี่ยงให้ตัวเองทํางานหนักจนเกินกําลัง (มาระโก 6:30-32) 4 3 2 1
22 ยอมรับความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ พระเจ้าประทานบุคลิกภาพให้ฉัน เพื่อตอบสนองสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม (สดุดี 139; โรม 12:3; 1 เปโตร 4:10) 4 3 2 1
23 เป็นเรื่องง่ายสําหรับฉันที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างการรับภาระของผู้อื่น (กาลาเทีย 6:2) และการให้ผู้อื่นรับภาระของตนเอง (กาลาเทีย 6:5) 4 3 2 1
24 ฉันมีความรู้สึกดีในความสัมพันธ์ สุขภาพ และกําลังฝ่ายวิญญาณ และสามารถรื้อฟื้นตนเองเสมอให้พักสงบและเติมเต็ม (มาระโก 1:21-39) 4 3 2 1
25 คนใกล้ชิดมักพูดว่า ฉันใช้ชีวิตอย่างสมดุลกับครอบครัว การพักผ่อน การทํางาน และบทบาทต่าง ๆ ในการรับใช้ฯ (อพยพ 20:8) 4 3 2 1
รวมคะแนน
หลักการที่ 5: ยอมรับความโศกเศร้าและการสูญเสีย
ข้อ รายละเอียด 4 3 2 1
26 ฉันเปิดใจยอมรับต่อการสูญเสียและความผิดหวัง (สดุดี 3:1-8) 4 3 2 1
27 เมื่อต้องเผชิญกับความผิดหวังหรือการสูญเสีย ฉันสามารถแสดงความรู้สึกนั้นมากกว่าการเสแสร้งทําเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น (2 ซามูเอล 1:4, 17-27; สดุดี 51:1-17) 4 3 2 1
28 ฉันใช้เวลาคร่ําครวญต่อความสูญเสียเหมือนกษัตริย์ดาวิด ในสดุดี 69 และพระเยซูคริสต์ ในมัทธิว 26:39; ยอห์น 11:35; 12:27 4 3 2 1
29 ผู้ที่เผชิญกับความเจ็บปวดและความเศร้าโศกมักจะมาหาฉัน เพราะเป็นที่รับรู้ว่า ฉันสามารถจัดการกับความสูญเสียและ ความเศร้าโศกในชีวิตของตนเองได้ (2 โครินธ์ 1:3-7) 4 3 2 1
30 ฉันสามารถร้องไห้ได้ และมีประสบการณ์ในความโศกเศร้าหรือเสียใจ และเข้าใจเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านั้น และยอมให้พระเจ้าทํางานภายในตัวฉันผ่านสิ่งเหล่านี้ (สดุดี 42; มัทธิว 26:36-46) 4 3 2 1
รวมคะแนน
หลักการที่ 6: สร้างรูปแบบตนเองเพื่อจะรัก
ข้อ รายละเอียด 4 3 2 1
31 ฉันสามารถเข้าไปสู่โลกและความรู้สึกของคนอื่นได้ รวมถึงการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เสมือนเกิดขึ้นกับตนเอง (ยอห์น 1:1-14; 2 โครินธ์ 8:9; ฟีลิปปี 2:3-5) 4 3 2 1
32 คนใกล้ชิดมักบอกว่า “ฉันเป็นผู้ฟังที่ดี” (สุภาษิต 29:11; ยากอบ 1:19) 4 3 2 1
33 เมื่อฉันเผชิญหน้ากับคนที่ทําร้ายหรือทําผิดกับฉัน ฉันมักจะพูดกับตนเองมากกว่าตําหนิผู้อื่นถึงการกระทําที่ผ่านมา (สุภาษิต 25:11; เอเฟซัส 4:29-32) 4 3 2 1
34 ฉันมักไม่ตัดสินหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคนอื่น (มัทธิว 7:1-5) 4 3 2 1
35 ผู้คนมักอธิบายว่า ฉันเป็นผู้ที่ “รักผู้อื่น” เป็นเป้าหมายแรกในชีวิตของฉัน (ยอห์น 13:34-35; 1 โครินธ์ 13) 4 3 2 1
รวมคะแนน
หลักการที่ 7: ก้าวต่อไปด้วยความสมดุล
ข้อ รายละเอียด 4 3 2 1
36 ฉันใช้เวลาตามลําพังกับพระเจ้าอย่างเพียงพอ เพื่อสนับสนุนงานรับใช้ฯ ของฉัน 4 3 2 1
37 ฉันใช้เวลาเป็นประจําทุกสัปดาห์ เพื่อหยุดงาน พักผ่อน มีความสุข และชื่นชมพระเจ้า 4 3 2 1
38 คนใกล้ชิดมักบอกว่า ฉันให้ความสําคัญอันดับแรกกับคู่สมรสและลูก ๆ มากกว่าพันธกิจของคริสตจักรและคนอื่น ๆ 4 3 2 1
39 ฉันไม่กลัวที่จะถามคําถามที่ยากและไม่สบายใจกับตัวเองหรือกับคนอื่นเมื่อจําเป็น 4 3 2 1
40 ฉันไม่แบ่งการรับใช้ฯ เป็นทางโลกและทางธรรม การบริหารและการวางแผนงานมีคุณค่าและความหมายเทียบเท่าคําอธิษฐานและการเตรียมคําเทศนา 4 3 2 1
รวมคะแนน

การแปลผลคะแนนแบบทดสอบ

รายละเอียด คำถาม คะแนนที่ได้ คะแนนเต็ม
ตอนที่ 1
รูปแบบทั่วไป และการเป็นสาวก 1-7 28
ตอนที่ 2
หลักการที่ 1: สํารวจความรู้สึกภายในจิตใจ 1-6 24
หลักการที่ 2: ทําลายอิทธิพลในอดีตที่ส่งผลกระทบในปัจจุบัน 7-12 24
หลักการที่ 3: ดําเนินชีวิตในความแตกสลายและเปราะบาง 13-19 28
หลักการที่ 4: ของประทานในการยอมรับความจํากัด 20-25 24
หลักการที่ 5: ยอมรับความโศกเศร้าและการสูญเสีย 26-30 20
หลักการที่ 6: สร้างรูปแบบตนเองเพื่อจะรัก 31-35 20
หลักการที่ 7: ก้าวต่อไปด้วยความสมดุล 36-40 20

การเทียบคะแนนและวัดระดับอารมณ์

ตอนที่ 1 ตอนที่ 2
หลักการที่ 1 หลักการที่ 2 หลักการที่ 3 หลักการที่ 4 หลักการที่ 5 หลักการที่ 6 หลักการที่ 7
ผู้ใหญ่ทางอารมณ์ 28 24 24 28 24 20 20 20
23 20 20 23 20 17 17 17
วัยรุ่นทางอารมณ์ 22 19 19 22 19 16 16 16
17 15 15 17 15 13 13 13
เด็กทางอารมณ์ 16 14 14 16 14 12 12 12
12 10 10 12 10 9 9 9
ทารกทางอารมณ์ 9 9 9 11 9 8 8 8
7 6 6 7 6 5 5 5

1. ทารกทางอารมณ์

เรียกร้องให้การดูแลมากกว่าดูแลคนอื่น ยากที่จะอธิบายหรือจัดการกับความรู้สึกของตนเอง ช้าและขาดอารมณ์ร่วมต่อความรู้สึกของผู้คนรอบข้าง ต้องการยอมรับและยกย่อง ใช้คนอื่นเป็น เครื่องมือตอบสนองความต้องการของตนเอง มักมีพฤติกรรมที่สร้างบาดแผลให้ผู้อื่นกระวนกระวาย ลุกลี้ลุกลนเมื่อชีวิตพบปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ หยุดไปโบสถ์และเลิกเชื่อพระเจ้าหากสถานการณ์ ไม่เป็นไปตามที่ใจปรารถนา มีประสบการณ์กับพระเจ้าบ้างเมื่อไปโบสถ์หรือเมื่ออยู่กับผู้เชื่อคนอื่น ๆ แต่ไม่สามารถสัมผัสพระเจ้าได้เมื่ออยู่ที่ทํางานและที่บ้าน

2. เด็กทางอารมณ์

พอใจหากชีวิตดําเนินไปอย่างปกติและได้รับทุกสิ่งตามที่ต้องการ ซ่อนความรู้สึกไว้ภายใน เมื่อเกิดความผิดหวัง ความเครียด ความเศร้าโศกหรือความโกรธ ยากที่จะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้อื่นอย่างสงบถึงสิ่งที่ต้องการ เมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ มักจะบ่นหรือเรียกร้อง แยกตัวเอง ใช้อํานาจบังคับ ประชดประชันหรือแก้แค้น เจ็บปวดและผิดหวังกับคนอื่นง่าย ๆ ยุติชีวิตฝ่ายวิญญาณ การอธิษฐานคือการสนทนากับพระเจ้าถึงวิธีการแก้ไขปัญหา การอธิษฐานเป็นหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี

3. วัยรุ่นทางอารมณ์

หวาดกลัวภายในเมื่อรับการวิพากษ์วิจารณ์และมักปกป้องตนเอง ยากที่จะให้อภัย หลีกเลี่ยง และตัดความสัมพันธ์กับคนที่ทําให้เจ็บปวด ตัดสินคนอื่นอย่างรวดเร็ว จดจําสิ่งดีที่มอบให้ผู้อื่นเพื่อที่จะเรียกร้องการตอบแทน เมื่อเผชิญความขัดแย้งจะยอมรับผิดบ้างในเรื่องที่เกี่ยวข้อง แต่พยายามแสดงให้เห็นว่าคนอื่นที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มีความผิดมากกว่าตัวเอง ต้องการเอาตัวรอดจนถึงที่สุด เป็นเรื่องยากที่จะฟังความเจ็บปวด ความผิดหวัง หรือความต้องการของคนอื่น ยุ่งและไม่มีเวลาในการดูแลชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของตนเอง ไปโบสถ์และรับใช้คนอื่นมากกว่าการใช้เวลากับพระเจ้า

4. ผู้ใหญ่ทางอารมณ์

เคารพและให้เกียรติผู้อื่น โดยไม่ต้องการไปเปลี่ยนแปลงผู้อื่นหรือวิพากษ์วิจารณ์ตัดสิน รัก และชื่นชมทุกคนตามแบบที่เขาเป็นทั้งด้านดีและไม่ดี ไม่คาดหวังให้ใครต้องสมบูรณ์แบบตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส พ่อแม่ เพื่อน หัวหน้า หรือศิษยาภิบาล รับผิดชอบต่อความคิด ความรู้สึก เป้าหมายและการกระทําของตัวเอง สามารถประเมินความจํากัด ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองอย่างตรงไปตรงมา และพูดถึงสิ่งเหล่านี้กับคนอื่นได้อย่างอิสระ ไม่ตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ และการตําหนิ เมื่ออยู่ภายใต้ความเครียด ยืนหยัดในความเชื่อ และเห็นคุณค่าของคนที่ไม่เห็นด้วย โดยปราศจากการเป็นศัตรูกัน เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้อย่างดี รักและรับใช้พระเจ้าด้วยความยินดี

** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับสุขภาวะที่ดีฝ่ายจิตวิญญาณ (Spiritual Wellness) หน้า 44-55