New Connection – สานสัมพันธ์พี่น้อง

ในปีนี้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีของสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (BIT) สถาบันได้รับพระคุณของพระเจ้ามากมายตลอดมา ผ่านความเมตตาของผู้ที่สนับสนุนพันธกิจอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคริสตจักรที่อยู่ในภาค 7 แต่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา สถาบันก็ได้รับการสนับสนุนที่มาจากคริสตจักร องค์กร หน่วยงานที่มีอยู่ทั้งในสภาคริสตจักรในประเทศไทย สหกิจคริสเตียนฯ และสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ฯ มากขึ้น

เมื่อสถานการณ์ของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2019 อันเนื่องมาจากการระบาดของไวรัสที่รู้จักกันในนามของ COVID-19 ทำให้ผู้คนในสังคมก็เริ่มเข้าสู่สภาวะใหม่ที่เรียกว่า New Normal (ความปกติใหม่) ซึ่งดูเหมือนว่า จะไม่ได้เป็นความปกติที่บางคนต้องการ เพราะแนวทางการใช้ชีวิตของเขาต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงพอสมควร เป็นการที่ให้คนเราต้องอยู่ห่างกัน ใส่หน้ากากเข้าหากัน รวมถึงโอกาสในการสังสรรค์ ทําให้ความสัมพันธ์ในสังคมก็ลดลง

ผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตในสังคมเท่านั้น แต่ผลกระทบนี้ได้ลุกลามเข้าไปในคริสตจักร ซึ่งในช่วงแรกก็เป็นการดำเนินชีวิตอย่างความปกติใหม่ คือคนที่จะเข้าคริสตจักร ต้องมีหน้ากากอนามัยและนั่งกันในระยะที่ห่างกัน หลายคริสตจักรเกิดผลกระทบเพราะสมาชิกเข้าร่วมนมัสการได้ประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก และบางส่วนก็ต้องนมัสการผ่านสื่อดิจิทัล (digital) เท่านั้น ทำให้ความสัมพันธ์ในคริสตจักรก็ลดลง

มากกว่านั้นผลกระทบนี้ก็มาถึงสถาบันพระคริสตธรรมด้วย ซึ่งหลายท่านอาจคิดหรืออาจกล่าวว่า สถาบันพระคริสตธรรมอาจจะไม่ได้มีส่วนมากมายในสังคม รวมถึงสังคมในคริสตจักรด้วย ความสัมพันธ์นั้นก็ดูยิ่งห่างเหิน แต่ในความเป็นจริงนั้นสถาบันพระคริสตธรรมได้มีส่วนเสริมสร้างบุคคลที่ต้องการจะรับใช้พระเจ้า ให้เป็นบุคลากรที่ทำงานในคริสตจักร และในองค์กรที่ช่วยเหลือสังคม ในเวลาเดียวกันคริสตจักร องค์กรคริสเตียนก็เป็นแหล่งที่จะฝึกฝนชีวิตของนักศึกษาที่จะทำงานรับใช้พระเจ้าในอนาคต

“เพราะฉะนั้น ในเมื่อมีความชูใจในความสัมพันธ์กับพระคริสต์
มีการปลอบโยนจากความรัก มีการสามัคคีธรรมกันจากพระวิญญาณ
และมีความเห็นใจกันและความเมตตากรุณา”

ฟีลิปปี 2:1 (THSV11)

การสื่อสารเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่ความสัมพันธ์คือการแลกเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิด ความเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์เป็นพลังงานที่มีอยู่ระหว่างผู้คน เมื่อมีความรู้สึก เห็น ได้ยิน และเห็นคุณค่า เมื่อสามารถให้และรับโดยไม่ต้องตัดสิน และเมื่อได้รับปัจจัยยังชีพและความเข้มแข็ง จากความผูกพัน

เมื่อกลับมามองดูเรื่องการสัมพันธ์ใหม่ระหว่างสถาบัน นักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้มีส่วนสนับสนุน เราพบความจริงว่า ปริมาณความสัมพันธ์ของเรากับใครแต่ละคน จะมีระดับความเหมาะสมที่แตกต่างกัน และในความสัมพันธ์ที่สำคัญของผู้ที่เชื่อคือ ความสัมพันธ์ที่มีต่อพระคริสต์และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่แสดงออกมาสู่คนอื่น ๆ ด้วยหลัก 5 ประการ

1. การชูใจหรือการหนุนใจ เป็นสิ่งที่ทำให้ใจมีกําลังขึ้น สถานการณ์ตอนนี้ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ การหนุนใจกันในองค์พระผู้เป็นเจ้า เราแต่ละคนกําลังเผชิญสถานการณ์ที่ต่างกัน ดังนั้นให้เราหนุนใจกันด้วยคําอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ เหมือนท่านอาจารย์เปาโลทำเป็นชีวิตจิตใจของท่าน

2. การปลอบโยนด้วยความรัก บางครั้งการปลอบโยนเป็นสิ่งที่เรียบง่าย เป็นการกล่าววาจาไม่กี่คําหรือกี่ประโยค แต่เป็นการกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ ล้วนช่วยปลอบประโลมให้เราหายเหนื่อย แม้ชีวิตในโลกแห่งความจริงจะเห็นแต่ความแล้งน้ำใจ แต่เพราะการปลอบโยนด้วยความรักของพระเจ้า ทำให้เราไม่ยอมแพ้หรือหมดหวังต่อการรับใช้ พวกเราต้องเรียนรู้ที่จะแบ่งปันความรู้สึก และดำรงอยู่เพื่อกันและกัน

สถาบันเป็นดั่งครอบครัวใหญ่ บุคคลใดที่เคยผ่านเข้ามาใช้ชีวิต หรือบางท่านอาจเข้ามามีส่วนร่วมในการรับใช้ บ้านใหญ่หลังนี้ยังเป็นที่ปลอบประโลมใจท่านได้ เพราะความรักของพระเจ้าได้ผูกพัน เราไว้ให้ถึงความสมบูรณ์ในพระองค์

3. ความสามัคคีธรรมคือ ความมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน มิตรภาพทำให้โลกนี้สวยงามเสมอ มีหลายสิ่งที่แสนธรรมดา แต่มีค่ามากกว่าเงินทองคือ มิตรภาพกับความรู้สึกดี ๆ ที่มอบให้แก่กันในทุก ๆ วัน มิตรภาพที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับวันและเวลา แต่ขึ้นอยู่กับการรักษาความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กันต่างหาก

มิตรภาพที่แท้จริงไม่ใช่ดูที่คําพูดที่แสนหวาน แต่เป็นมือที่ยื่นให้แก่กันในภาวะที่คับขัน

มิตรภาพไม่ใช่หมายถึงการที่เรามีคนที่รู้จักมานาน แต่มันหมายถึงใครที่อยู่เคียงข้างเรา ในเวลาที่เราต้องการกําลังใจ

4. ความเห็นใจต่อกัน ในสังคมทุกวันนี้ ความเห็นอกเห็นใจคือ แนวทางที่สำคัญของชีวิตมนุษย์

ชีวิตที่เข้าใจคนอื่น จึงเป็นชีวิตที่พร้อมจะสละเวลา แรงกาย และสติปัญญา เพื่อทุกคน เป็นชีวิตที่ไม่นิ่งดูดาย เมื่อพบเห็นปัญหาหรือความทุกข์ยากเกิดขึ้นใครกับตาม ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ เพื่อนผู้รับใช้ หรือสมาชิก เป็นชีวิตที่มีความสุขเมื่อได้ทำความดีและสามารถที่จะเปลี่ยนน้ำตาให้เป็นรอยยิ้ม

ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ใช่เครื่องหมายของความอ่อนแอ แต่เป็นเครื่องหมายของความเข้มแข็ง

5. ความเมตตากรุณา จิตใจอันประกอบไปด้วยความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอยู่เสมอนั้น ย่อมนําแต่ความสุขและความเบิกบานใจมาให้เท่านั้น

การแสดงความเมตตาง่าย ๆ เช่น การถวายเพื่อพันธกิจของสถาบันหรือการแสดงความขอบคุณ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่ออารมณ์ระยะยาวของเรา กุญแจสู่ชีวิตที่มีความสุขดูเหมือนจะเป็นชีวิตที่ดี: ชีวิตที่มีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน งานที่ท้าทาย และความสัมพันธ์กับชุมชน

มันไม่มีทางลัดเลยสำหรับความสัมพันธ์ใด ๆ ในโลกนี้ แต่การร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันถึงจะเกิดความรักและความผูกพันในครอบครัวของพระเจ้า

อาจกล่าวได้ว่า การเป็นเพื่อนอาจเป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนานที่สุด เราเชื่อว่า ความสัมพันธ์ของท่านกับสถาบันบีไอที เรามีความสัมพันธ์ในการเป็นเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกัน ที่มีเป้าหมายในการรับใช้ พระเจ้าตามพระทัยของพระองค์

ท้ายสุดนี้ เรากําลังอยู่ในโลกที่เหมือนแคบลงทุกที ที่เราจะติดต่อสื่อสารกันและกัน แต่ในโลกแห่งความสัมพันธ์นั้นดูช่างเป็นการโดดเดี่ยว แม้ในชั้นเรียนเดียวกัน เราอยู่คนละที่ไร้ความสัมพันธ์ทางกายภาพ โลกที่กําลังผลักดันให้เรายิ่งอยู่ยิ่งห่างกัน ให้เรากลับมาสร้างความสัมพันธ์ใหม่กันแบบพี่น้องอีกครั้งหนึ่งด้วยหลัก 5 ประการนี้ด้วยกัน

** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับ 80 ปี BIT (The Beginning of A New Normal) หน้า 27-30