The Beginning of A New Normal สรรเสริญมอบถวาย ฉลอง 80 ปี BIT

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงนำให้สถาบันบีไอที่ได้มีโอกาสรับใช้พระเจ้าในด้านคริสตศาสนศาสตร์ ศึกษาในประเทศไทยมายาวนานถึง 80 ปี

เมื่อคิดถึงอายุ 80 ปีซึ่งเป็นตัวเลขการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีของบีไอที ทําให้คิดถึงบุคคล 2 คนในพระคัมภีร์เดิมที่มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิตของทั้งสองท่าน คือ บารซิลลัย และโมเสส

บารซิลลัยเมื่ออายุ 80 ปี

บารซิลลัยซึ่งเป็นมิตรสหายของกษัตริย์ดาวิดซึ่งคริสเตียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก บารซิลลัยผู้นี้อาศัยอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ําจอร์แดน เมื่อดาวิดต้องหนีอับซาโลมผู้ยึดอํานาจออกจากกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อข้ามแม่น้ําจอร์แดนไปแล้ว บารซิลลัยได้นําอาหารมาต้อนรับดาวิดและผู้ตามเสด็จ ต่อมาอับซาโลมได้ติดตามดาวิดมายังฝั่งตะวันออก ทหารของดาวิดได้ออกไปสู้รบกับกองทัพของอับซาโลม ในที่สุดอับซาโลมเสียชีวิต กษัตริย์ดาวิดจึงได้เสด็จกลับกรุงเยรูซาเล็ม ขณะดาวิดกําลังจะข้ามกลับไปฝั่งตะวันตกของแม่น้ําจอร์แดน บารซิลลัยได้มาส่งดาวิด ดาวิดจึงได้ชวนบารซิลลัยให้ไปอยู่กรุงเยรูซาเล็มด้วยกัน แต่บารซิลลัยได้ตอบดาวิดว่า “ข้าพระบาทจะอยู่ต่อไปได้อีกกี่ปี? ที่ข้าพระบาทจะขึ้นไปอยู่กับพระราชาที่เยรูซาเล็ม วันนี้ข้าพระบาทมีอายุ 80 ปีแล้ว ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทจะสังเกตว่าอะไรเป็นที่พอใจและไม่พอใจได้หรือ? ข้าพระบาทจะลิ้มรสอร่อยของสิ่งที่กินและดื่มได้หรือ? ข้าพระบาทจะฟังเสียงนักร้องชายหญิงร้องเพลงได้อีกหรือ? ทําไมจะให้ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเป็นภาระเพิ่มแก่พระราชาเจ้านายของข้าพระบาทอีกเล่า?” (2 ซมอ.19:34-35) สําหรับบารซิลลัยแล้ว อายุ 80 ปีเป็นเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ความสามารถในการเฉลิมฉลองนั้นก็ลดลงแล้ว ในที่สุดบารซิลลัยจึงตัดสินใจที่จะไม่รับคําเชิญของดาวิดสําหรับบารซิลลัยนั้นอายุ 80 ปีคือวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ท่านไม่คิดจะไปต่อแล้ว ถ้าเราดูชีวิตของบารซิลลัยแล้ว และถ้าเราคิดแบบบารซิลลัยเราก็คงมองไม่เห็นหนทางที่จะไปต่อ

คริสเตียนจํานวนไม่น้อยคิดว่า อะไรที่อายุมาก จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ควรจะรื้อทิ้งและสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาแทนที่ ยิ่งสมัยนี้การเปลี่ยนแปลงในโลกล้วนรวดเร็วมาก เราต้องเปลี่ยนมาใช้ออนไลน์กันหมดแล้ว แต่เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์อีกตอนหนึ่ง เรากลับพบว่าคนอายุ 80 ปีกลับเป็นเวลาของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ บุคคลที่เราจะศึกษาต่อไปคือโมเสส

พระเจ้าเรียกโมเสสเมื่อท่านอายุ 80 ปี

พระเจ้าทรงเรียกโมเสสให้เข้าเฝ้าฟาโรห์เพื่อนําชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์เมื่อท่านอายุ 80 ปี (อพย.7:7) ถึงแม้โมเสสจะอายุ 80 ปีแล้ว พระเจ้าเพิ่งใช้ให้ท่านทํางานใหม่เป็นครั้งแรก โมเสสต้องทํางานมากกว่าเดิมและหนักกว่าเดิมอีก ก่อนหน้านี้โมเสสเป็นเพียงผู้เลี้ยงแกะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งอยู่ห่างไกลจากผู้คน การเปลี่ยนบทบาทหน้าที่จากคนเลี้ยงแกะมาเป็นผู้นําชนชาติอิสราเอล ทั้งชนชาติไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แถมยังต้องเผชิญกับฟาโรห์แห่งอียิปต์มหาอํานาจที่กําลังรุ่งเรืองมาก ในสมัยนั้น นี่เป็นการท้าทายที่หนักหน่วงสําหรับคนที่มีอายุ 80 ปีแล้ว สําหรับโมเสส การทําตามคำสั่งของพระยาห์เวห์ที่ให้นำชนชาติอิสราเอลออกจากการเป็นทางของอียิปต์เป็นวิถีทางที่เรียกว่า New Normal สําหรับท่านจริง ๆ

สิ่งที่พระเจ้ามอบให้โมเสสทํานี้เป็นเรื่องที่ยากสําหรับท่านจริง ๆ และโมเสสก็ได้พยายามปฏิเสธ การทรงเรียกนี้หลายครั้ง ทั้ง ๆ ที่พระเจ้าได้ให้สิทธิอํานาจแก่โมเสสในการทําการอัศจรรย์ได้หลายอย่าง จนในที่สุดพระเจ้าได้ทรงส่งอาโรนพี่ชายของโมเสสมาเป็นผู้ช่วยโมเสส โมเสสจึงได้ยอมเข้าเฝ้าฟาโรห์พร้อมกับอาโรน เมื่อทั้งสองได้เข้าเฝ้าฟาโรห์ก็ไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปง่าย ๆ ถึงแม้โมเสสได้แสดงการอัศจรรย์มากมาย ฟาโรห์ก็ยอมในตอนแรก พอภัยพิบัติจบลงก็เปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลไปอีก แถมยังเพิ่มความทารุณต่อทาสชาวอิสราเอลเพิ่มเติมอีก จนคนอิสราเอลเองก็หมดหวังและหมดกําลังใจ จึงหันมาต่อว่าโมเสส ในที่สุดพระเจ้าได้ส่งภัยพิบัติครั้ง สุดท้ายมาเหนือคนอียิปต์คือ ให้บุตรหัวปีของทั้งคนและสัตว์ตายในคืนเดียว ฟาโรห์จึงยอมปล่อยคนอิสราเอลออกไปทั้งหมด ส่วนบุตรหัวปีของคนอิสราเอลไม่มีใครตายสักคนเดียว เพราะที่หน้าบ้านของพวกเขาได้เอาเลือดของแกะทาไว้ที่วงกบประตู เหตุการณ์ของคนอิสราเอลเป็นทาสอยู่ ในอียิปต์ก็คงคล้ายคลึงกับคนไทยที่เผชิญกับวิกฤตโควิดในขณะนี้ ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นทาส แต่พวกเราส่วนใหญ่ก็ต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนกับทาส ต้องขังตัวเองอยู่ในบ้าน จะไปไหนก็ไปไม่ได้ แต่ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาเพราะคนจํานวนหนึ่งได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

การสรรเสริญหลังการช่วยกู้

เมื่อเดินทางออกจากอียิปต์ พวกเขายังเดินออกมาอย่างไม่มีระเบียบแบบแผน ต่างคนต่างเดิน ตามโมเสสไปจนถึงทะเลแดง เมื่อพวกเขามาถึงทะเลแดง ฟาโรห์ก็เปลี่ยนใจอีก จึงได้ยกกองทัพติดตามคนอิสราเอลมาทันที่ทะเลแดง คนอิสราเอลตกใจมาก เพราะข้างหน้าก็เป็นทะเลแดง ข้างหลังก็เป็นกองทัพอียิปต์ เป็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวมาก คงเหมือนกับคนไทยบางคนที่กลัวการฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกันก็กลัวโควิด และชั่งใจอยู่ว่าจะฉีดหรือไม่ฉีดดี อย่างไรก็ดีพระเจ้าประทานทางออกให้กับคนอิสราเอลโดยทําให้ทะเลแดงแยกออกเป็นทางเดินให้คนอิสราเอลเดินข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ทหารอียิปต์ก็ใช้รถรบที่ลากจูงด้วยม้าตามคนอิสราเอลไป พอคนอิสราเอลข้ามไปหมด ทะเลแดง ก็กลับมาเป็นทะเลเหมือนเดิม ทําให้ทหารอียิปต์ทั้งหมดตายในทะเล หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น โมเสสก็ได้ประพันธุ์บทเพลงที่ใช้สรรเสริญพระเจ้า บางส่วนของบทเพลงของโมเสสได้ร้องว่า

“ข้าพระองค์จะร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์ เราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล พระยาห์เวห์ทรงเป็นกําลังและบทเพลงของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเป็นความรอดของข้าพระองค์ พระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ ระเจ้าแห่งบิดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะยกย่องพระองค์ พระยาห์เวห์ทรงเป็นนักรบ ยาห์เวห์คือพระนามของพระองค์” 

(อพย. 15:1-3)

โมเสสได้เห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทําและเป็นพยานด้วยบทเพลงสรรเสริญ คริสเตียนไม่จําเป็นต้องเอาสิ่งของมาเซ่นไหว้พระเจ้าเมื่อเราได้รับคําตอบจากพระเจ้า แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืมคือการสรรเสริญพระเจ้าและเป็นพยานถึงความยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้กระทําแก่เรา การเป็นคริสเตียนไม่ใช่เป็นผู้ที่ปราศจากปัญหาหรือไม่พบกับความทุกข์เลย แต่การเป็นคริสเตียนนั้น ถึงแม้จะมีความทุกข์ ก็รู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ด้วย และหากเราไม่ได้พบกับความทุกข์มาก่อน เราก็จะไม่ได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า การช่วยกู้ของพระเจ้านั้นเป็นการช่วยกู้ที่ยิ่งใหญ่ คนอิสราเอลไม่มีประสบการณ์ในการทําสงครามเลย ตลอดเวลาที่พวกเขาเป็นทาสในอียิปต์ พวกเขาไม่รู้จักการใช้อาวุธ พวกเขารู้จัก แต่เพียงเครื่องมือก่อสร้างพีระมิดเท่านั้น

ความทุกข์เป็นสิ่งชั่วคราว

ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่พระเยซูจะสิ้นพระชนม์บนกางเขน พระองค์ทรงเปิดเผยว่าพระองค์จะประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เหล่าสาวก และพระองค์ได้หนุนใจพวกเขาว่า “เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ท่านจะร้องไห้และคร่ําครวญ แต่โลกจะชื่นชมยินดี พวกท่านจะเป็นทุกข์ แต่ความทุกข์ของท่านจะกลับกลายเป็นความชื่นชมยินดี เมื่อผู้หญิงจะคลอดบุตร นางก็มีแต่ความทุกข์เพราะถึงกําหนด แต่เมื่อคลอดบุตรแล้ว นางก็ไม่คิดถึงความเจ็บปวดนั้นลย เพราะมีความชื่นชมยินดีที่คนหนึ่งเกิดมาในโลก ดังนั้นขณะนี้วกท่านจึงมีความทุกข์ แต่เราจะมาหาท่านอีก และใจของท่านจะชื่นชมยินดี และจะไม่มีใครช่วงชิงความชื่นชมยินดีไปจากท่านได้” (ยอห์น 16:20-22)

เมื่อพระเยซูคริสต์ถูกจับพวกสาวกของพระองค์ก็หนีกระจัดกระจายไป เมื่อพระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์ พวกสาวกก็แอบอยู่ในห้องชั้นบน แต่เมื่อพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายและพวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเขาก็มีใจกล้าหาญในการประกาศข่าวประเสริฐ ทําให้ข่าวประเสริฐออกไปทั่วโลก

ช่วงที่โควิดกําลังระบาดทั่วโลก คนทั่วโลกก็ได้รับความทุกข์ยากลําบาก โบสถ์ถูกปิด สมาชิกไม่สามารถมานมัสการตามปกติได้ ต้องนมัสการแบบออนไลน์ และบีไอทีก็ต้องปิดการเรียนการสอนแบบปกติ และปรับการสอนแบบออนไลน์แทน แต่ในที่สุดเวลาแห่งความทุกข์ก็จะผ่านพ้นไป จะเป็นเวลาแห่งการสรรเสริญแทน เราสามารถสรรเสริญพระเจ้าสําหรับการปกปักรักษา เราจะสรรเสริญพระเจ้าสําหรับคริสตจักรหลายแห่งที่ไม่เคยใช้สื่อออนไลน์ ก็ได้รู้จักใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น เราได้มีโอกาสเผยแพร่คําสอนของพระเยซูคริสต์ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้มากขึ้น

.ในช่วงโควิดนี้ทางบีไอทีก็ได้มีการปรับตัวเรื่องการเรียนการสอน จากการสอนในห้องเรียนอย่างเดียวก็มาเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และที่น่าขอบคุณพระเจ้ามากคือ สําหรับคนที่สนใจเรียนศาสนศาสตร์ก็ได้สมัครเข้าเรียนมากขึ้น เมื่อทราบว่าทางบีไอทีได้เปิดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ควบคู่กับการเรียนการสอนแบบปกติ โดยนักศึกษาที่เรียนแบบออนไลน์สามารถเรียนพร้อมกับนักเรียนภาคปกติได้ และสามารถสนทนาโต้ตอบกับผู้สอนในเวลาเรียนได้ด้วย การจัดการเรียนการสอนแบบนี้ทําให้คนที่อยู่ห่างไกลได้มีโอกาสเรียนมากขึ้น วิกฤตที่เกิดขึ้นนี้เป็นโอกาสที่ทําให้บีไอทีได้คิดค้นหาวิธีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ทางคริสตศาสนศาสตร์ให้ก้าวหน้าและกว้างขึ้น

การมอบถวาย

ผู้ที่เข้ามาเรียนในบีไอที่ส่วนใหญ่ได้มอบถวายชีวิตของเขาที่จะเป็นผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา ตลอดเวลา 80 ปีที่ผ่านมา ศิษย์เก่าของบีไอที่จํานวนมากได้ออกไปรับใช้พระเจ้าในฐานะของศิษยาภิบาล ครูรวีฯ ของคริสตจักร ทําให้คริสตจักรในประเทศไทยมีผู้เลี้ยงดูแลฝ่ายจิตวิญญาณอย่างทั่วถึงแม้แต่ในถิ่นที่อยู่ห่างไกล นอกจากนี้ยังมีศิษย์เก่าส่วนหนึ่งไปทํางานในสถาบันการศึกษา เป็นอนุศาสกตามโรงเรียนของคริสเตียน ทําให้เด็กที่ไม่ได้เกิดในครอบครัวคริสเตียนได้รู้เรื่องของพระเจ้า จนบางคนได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์ในวัยเรียนของพวกเขา และยังมีอีกส่วนหนึ่งไปเป็นอนุศาสกในโรงพยาบาล ดูแลเอาใจใส่คนไข้ ให้กําลังใจทั้งผู้ป่วยและญาติที่มาเฝ้าไข้ บางคนได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อดูแลและประกาศกับแรงงานไทยที่ไปทํางานต่างประเทศ และมีเพียงส่วนน้อยที่ได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศเพื่อกลับมาเป็นอาจารย์สอนในบีไอที่ต่อไป

ปัจจุบันบีไอทียังขาดแคลนอาจารย์ประจําที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงหวังว่าจะมีผู้ที่จะมอบถวายชีวิตเพื่อที่จะสร้างผู้รับใช้รุ่นใหม่ต่อไป การเรียนเพื่อเป็นอาจารย์สอนนั้นต้องใช้เวลายาวนานมาก จึงจําเป็นต้องมีคนที่อุทิศตัวเพื่อการนี้อย่างแท้จริง บีไอที่ต้องการคําอธิษฐานเผื่อเรื่องนี้ และเงินถวายเผื่อเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะการเรียนจนถึงระดับปริญญาเอกจะต้องใช้เงินจํานวนมาก สําหรับท่านที่ไม่ได้ถวายตัวเป็นผู้รับใช้พระเจ้าเต็มเวลา แต่ท่านก็สามารถมีส่วนในการมอบถวายด้านการเงินเพื่อสร้างผู้รับใช้พระเจ้าได้ การมอบถวายด้านการเงินนี้เป็นการลงทุนฝ่ายวิญญาณที่มีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า ถ้าท่านอยากเห็นคริสตจักรไทยมีคุณภาพ ก็ขอเชิญชวนท่านให้ลงทุนในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพในการสอนให้บีไอทีต่อไป

ในหลายปีที่ผ่านมาขอบคุณพระเจ้าที่บีไอที่มีที่ดินของตัวเอง มีตึกเรียนและมีหอพักให้กับนักศึกษา และเร็ว ๆ นี้ก็ได้ซื้อที่ดินที่ติดกับถนนซอยเรียบร้อยแล้ว ทําให้ความก้าวหน้าทางกายภาพของบีไอที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เชื่อว่าบีไอที่จะเป็นสถาบันการศึกษาที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาให้กับคริสตจักรไทยต่อไปอีกหลายสิบปี หากเราทุกคนจะมีส่วนร่วมกันคนละไม้คนละมือ และส่งเสริมสนับสนุนอนุชนในคริสตจักรที่มีคุณภาพเข้ามาเรียนที่บีไอที บีไอทีก็จะมีนักศึกษาที่มีคุณภาพออกไปรับใช้คริสตจักรไทยมากขึ้น

ผมไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอีก 80 ปีข้างหน้า แต่ผมเชื่อว่าบีไอทียังคงดํารงอยู่ ถ้ามีคนสืบทอดเจตนารมย์ของการสร้างผู้รับใช้ให้คริสตจักรต่อไป

** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับ 80 ปี BIT (The Beginning of A New Normal) หน้า 36-40