ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ BIT

จิรนันท์ พันธ์สุขุมธนา, นักศึกษา M.Div. ชั้นปีที่ 3

พระเจ้าทรงมีแผนการสําหรับดิฉันในเวลาของพระองค์ และเมื่อดิฉันยอมตอบสนองต่อการทรงเรียก พระเจ้าก็ทรงนําดิฉันให้ถวายตัวเรียนในสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (BIT) แห่งนี้อย่างอัศจรรย์ ซึ่งเดิมแล้วดิฉันไม่ได้มีแผนที่จะศึกษาต่อใดๆ อีก หลังจากที่ดิฉันสําเร็จการศึกษาปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งแล้ว แต่ด้วยพระคุณความรักของพระเจ้าที่ดิฉันได้รับมาตลอดการเดินอยู่ในทางของพระองค์ ทําให้ดิฉันตั้งใจที่จะอุทิศตัวเพื่อการรับใช้

ในปี 2017 ดิฉันได้มีโอกาสไปร่วมค่าย Youth Challenge ที่จัดขึ้นโดย Thailand YFC ค่ายนี้เปิดมุมมองเกี่ยวกับงานรับใช้ให้ดิฉัน สร้างภาระใจให้ตระหนักถึงการมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น และห่วงใยจิตวิญญาณผู้ที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ภายในค่ายดิฉันอธิษฐานทูลขอการทรงเรียกที่ชัดเจนจากพระองค์ แต่ก็ไม่ได้รับคําตอบใด ๆ อย่างไรก็ตามดิฉันยังคงตั้งใจอธิษฐาน และรอคอยต่อไป เพราะเชื่อในเรื่องเวลาของพระเจ้า หลังจากกลับจากค่าย ดิฉันใช้ชีวิตในการทํางานตามปกติ ตอนนั้นดิฉันทํางานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในหน้าที่การงานที่ได้รับค่าตอบแทนที่ดี มีหัวหน้า และเพื่อนร่วมงานที่ดีอยู่รายล้อม ซึ่งทุกอย่างก็ดูลงตัว และดิฉันก็น่าจะมีความสุขดี แต่ความรู้สึกภายในกลับตรงข้ามกันดิฉันเฝ้าถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่าคนเราเกิดมาเพื่อเติบโต เรียนหนังสือ ทํางาน สร้างครอบครัว แล้วก็จากโลกนี้ไปเท่านั้นหรือ? เพราะดิฉันไม่คิดอย่างนั้น แต่กลับเชื่อว่าพระเจ้าสร้างเราแต่ละคน มาพร้อมกับวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน ซึ่งพระเจ้าก็ย่อมสร้างดิฉันมาพร้อมกับพระประสงค์เพื่อพระราชกิจของพระองค์เช่นกัน แต่พระองค์จะใช้ดิฉันในด้านไหน จัดวางเราไว้ตรงไหนของพันธกิจของพระองค์ ดิฉันจึงยังคงอธิษฐาน และแสวงหาคําตอบจากพระองค์ต่อไป

จนกระทั่งวันหนึ่ง สิ่งที่ดิฉันเฝ้าทูลถามก็ได้รับคําตอบ เป็นเช้าตรู่ที่ดิฉันเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปทํางาน และเปิดยูทูปฟังคําเทศนาในรถตามปกติ คําเทศนาที่เปิดฟังวันนั้นเกี่ยวกับการอุทิศตนเพื่อรับใช้พระเจ้า และขณะที่ฟังอยู่ พระเจ้าตรัสถามว่า “เราเห็นเจ้าทุ่มเทในการทํางานอย่างมาก แล้วงานของเรา เจ้าได้ทุ่มเทแบบนี้หรือเปล่า?” ยอมรับว่าเป็นคําถามที่ทําให้ภายในรู้สึกปั่นป่วน และเกิดการประมวลภาพวนเวียนในหัวมากมาย ภาพส่วนใหญ่ของชีวิตที่ผ่านมาเป็นภาพที่ทํางานเพื่อตัวเอง มีภาพงานรับใช้พระเจ้าอยู่บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากวันนั้น ดิฉันถามตัวเองหลายครั้งว่านี่คือการทรงเรียกของพระองค์ใช่หรือไม่? ดิฉันได้ทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง พบว่าสถานการณ์ที่มองเห็นเป็นปกติดี แต่ความรู้สึกภายในนั้นกลับว่างเปล่า ต้องการ “บางสิ่ง” มาเติมเต็ม และมีความกลัวอยู่ไม่น้อย ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน ไม่รู้เลยว่าตัวเองสามารถรับใช้ด้านไหนได้บ้าง ดิฉันจึงได้อธิษฐานทูลขอการยืนยันจากพระเจ้า กระทั่งดิฉันได้รับการหนุนใจผ่านข้อพระคัมภีร์เฉลยธรรมบัญญัติ 31:8

“ผู้ที่เสด็จไป ข้างหน้าท่าน คือ พระยาห์เวห์ ระองค์สถิตอยู่กับท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยให้ท่านล้มเหลว หรือทอดทิ้งท่าน อย่ากลัวและอย่าขยาดเลย

พระองค์สัญญาที่จะดูแล และเดินไปกับดิฉัน ข้อพระธรรมนี้นําการหนุนใจให้ดิฉันมีความกล้าที่จะตัดสินใจเข้าสู่การรับใช้พระเจ้า หลังจากนั้นจึงได้ปรึกษากับครอบครัว โดยเฉพาะสามีก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี จึงได้ลาออกจากงาน และติดต่อ Thailand YFC สมัครเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เพื่อเรียนรู้งานรับใช้ และก็ได้รับโอกาสให้ร่วมรับใช้ในโครงการหุ้นส่วนพันธกิจการประกาศและการสร้างสาวกในโรงเรียน ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้ามา สมัครเป็นนักศึกษาของสถาบันฯ นี้ เนื่องด้วยการที่ได้เข้าไปประกาศพระกิตติคุณผ่านการเรียนการสอนแก่นักเรียนในโรงเรียนนั้น สําหรับดิฉันแล้วถือว่าเป็นภารกิจที่สําคัญมาก ผู้สอนควรมีความรู้ความเข้าใจในพระคัมภีร์ เพื่อที่จะแบ่งปันได้อย่างถูกต้อง พระเจ้าทรงนําให้ดิฉันตระหนักในเรื่องนี้ จากพระธรรม 2 ทิโมธี 2:15

“จงอุตส่าห์ถวายตัวท่านเองที่ระเจ้าทรงรับรองแล้วแต่พระองค์ เป็นคนงานที่ไม่อับอาย สอนพระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง”

ซึ่งก็เป็นข้อพระคัมภีร์ประจําสถาบันฯ แห่งนี้ด้วย 

ดิฉันจึงได้ตัดสินใจสมัครเข้าเรียนที่สถาบันฯ นี้ในปีแรก ดิฉันต้องปรับตัวในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดสรรเวลาในการทบทวนบทเรียน การอ่านหนังสือ การทํารายงาน และการรับใช้ ซึ่งตลอดการเรียนที่ผ่านมา ดิฉันได้เรียนรู้การพึ่งพาพระเจ้าอย่างมาก พระองค์ทรงเสริมกําลังทุกครั้งที่รู้สึกท้อแท้ และเหน็ดเหนื่อยเสมอมา ทําให้ดิฉันได้สัมผัส และเข้าใจคําว่า “พระคุณ” ของพระเจ้า มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการได้เข้ามาเรียนที่นี้ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีค่ายิ่งสําหรับการเรียนรู้พระคัมภีร์ ทําให้มีความเข้าใจในพระวจนะมากขึ้นผ่านคณาจารย์ ดิฉันได้รับการฝึกฝนทักษะ สําหรับงานรับใช้ในหลายด้านผ่านหลายๆ วิชา อีกทั้งยังได้เห็นแบบอย่างของการเป็นผู้รับใช้ที่ดีของคณาจารย์ และเพื่อนนักศึกษาหลายท่านอีกด้วย สําหรับเป้าหมายการรับใช้ในอนาคตนั้น คือการเป็นคนงานของพระเจ้าที่ใช้พระวจนะของพระองค์อย่างถูกต้อง และเป็นผู้รับใช้ที่ดําเนินตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างซื่อสัตย์ 

และเนื่องในโอกาสที่ครบรอบ 80 ปี ดิฉันขอบคุณพระเจ้าเสมอที่ทรงนําให้มาเป็นนักศึกษาของ สถาบันฯ แห่งนี้ รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันที่สร้างผู้รับใช้ที่ดี และส่งมอบผู้รับใช้มืออาชีพ จํานวนมากออกไปสู่คริสตจักร และองค์กรคริสเตียนต่างๆ มาตลอดเวลาเกือบศตวรรษ จึงอยาก ขอให้ผู้อ่านทุกท่านได้มีส่วนร่วมในการอธิษฐานเผื่อสถาบันฯ และส่งเสริมบุตรหลานเข้ามาเรียน ในสถาบันพระคริสตธรรม เพื่อเป็นผู้รับใช้ที่จะดําเนินตามพระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์ต่อไป

** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับ 80 ปี BIT (The Beginning of A New Normal) หน้า 50-51