การทรงเรียก นําสู่การฝึกฝนใน BIT

ครูศาสนา จิระภา ชัยหงษา, ผู้ช่วยศิษยาภิบาล คริสตจักรสามัคคีธรรม อําเภอเพ็ญ

ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า ที่ถูกเรียกให้มาเป็นผู้รับใช้พระเจ้า และได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ หรือพระคริสตธรรม BIT

เมื่อย้อนกลับไปปี 2558 ตอนนั้นข้าพเจ้า อายุ 28 ปีบริบูรณ์ เป็นคนจังหวัดอุดรธานี พึ่งกลับมาจากการทํางานในประเทศไต้หวันได้ไม่นาน ก็มาทํางานอยู่ใกล้ ๆ บ้าน วันหนึ่ง ได้นําพระคัมภีร์ติดตัวไปอ่านในที่ทํางาน (ปกติไม่เคยเอาไป) ก็เกิดความรู้สึก “อยากเรียนพระคัมภีร์มากๆ” ในระหว่างนั้นได้ทํางานไปกับการเรียนภาษาเกาหลี เพื่อเตรียมตัวไปทํางานที่นั่นและครอบครัวก็สนับสนุนเป็นอย่างดี จึงได้โทรปรึกษากับอาจารย์ท่านหนึ่งเกี่ยวกับความรู้สึกนั้น และได้รับคําแนะนําให้กลับไปอ่านพระคัมภีร์และอธิษฐานทูลถามเจ้าอีกครั้ง จนได้รับคําตอบผ่านพระวจนะของพระเจ้า ในพระธรรม 1 โครินธ์ 15:58

“เหตุฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า ท่านจงตั้งมั่นอยู่อย่าหวั่นไหว จงปฏิบัติงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า การของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้”

ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้ารู้สึกสับสนมากว่าจะไปทํางานที่ประเทศเกาหลีหรือเรียนต่อพระคริสตธรรม ในที่สุดเมื่อใคร่ครวญพระวจนะนั้นแล้ว ความรู้สึกสับสนที่เคยมีได้หายไป ข้าพเจ้าจึงมั่นใจและตัดสินใจได้ทันทีว่า “ข้าพเจ้าจะเรียนพระคัมภีร์” หลังจากนั้น ได้มีผู้รับใช้พระเจ้าแนะนําให้รู้จัก BIT ข้าพเจ้า จึงเลือกเข้ามาสอบและได้เรียนที่นี่

เมื่อข้าพเจ้าเข้าเรียนปี 1 ทุกอย่างดําเนินไปด้วย “ความเชื่อ” ไม่มีแม้เงินซื้อชุดนักศึกษาหรืออุปกรณ์การเรียนใด ๆ จึงได้โทรขอความช่วยเหลือผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่งที่ส่งมาเรียน จึงได้รับการสนับสนุนได้ทันเวลา แรก ๆ ดูเหมือนจะติดขัด เพราะครอบครัวไม่ได้สนับสนุนให้เรียน พ่อแม่ไม่เป็นคริสเตียน ไม่เข้าใจในการตัดสินใจ  มองว่าข้าพเจ้าเห็นแก่ตัว เป็นลูกคนโตที่ไม่ยอมไปทํางานหาเงินเลี้ยงครอบครัว จึงไม่ได้รับการสนับสนุนในเรื่องการเงิน ระหว่างเรียนได้แต่อธิษฐาน อดทน และรับจ้างทําความสะอาด ห้องพักอาจารย์ เพื่อนําเงินที่ได้ไปซื้อของใช้ส่วนตัว และแล้ววันหนึ่งข้าพเจ้าก็ได้รับข่าวดี เมื่อผู้รับใช้พระเจ้าโทรมาบอก มีสมาชิกพร้อมที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าเทอมให้กับข้าพเจ้าตลอด 4 ปี

ขอบคุณพระเจ้าสําหรับการจัดเตรียมและความช่วยเหลือทุกอย่าง ตั้งแต่มาสอบสัมภาษณ์วันแรก จนกระทั่งเรียนจบ พระเจ้ามาทันเวลาเสมอในยามที่ข้าพเจ้าลําบาก ในระหว่างที่ข้าพเจ้าเรียนที่ BIT ต้องรื้อฟื้นความเข้าใจในหลาย ๆ อย่าง หลังจากที่ทิ้งการเรียนเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ข้าพเจ้ายอมรับว่าตอนอยู่ปี 1 ใช้โปรแกรม PowerPoint ไม่เป็น พิมพ์ช้ามาก แต่เมื่อเตรียมเพลงนมัสการพระเจ้าบ่อยครั้ง ความชํานาญเริ่มเกิดขึ้น กีต้าร์เล่นไม่เป็น แต่เมื่อมีการบังคับให้ซ้อมเป็นประจํา ในที่สุดก็เล่นเป็นเพลงได้ ทักษะการพูดในที่สาธารณะไม่มี ยืนขาสั่น มือสั่น ปากสั่น พูดผิดพูดถูกต่อหน้า เพื่อน ๆ ในห้องเรียน ตลอด 4 ปีแห่งการฝึกฝน ทําให้ข้าพเจ้าเป็นคนกล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น มีประสบการณ์ทั้งดีและแย่ ทั้งหัวเราะ และร้องไห้

BIT ไม่ใช่แค่สอนเรื่องความรู้ในห้องเรียนหรือระเบียบวินัยในชีวิตเท่านั้น แต่ยังสอนการใช้ชีวิตอยู่กับสังคมส่วนรวมอยู่กับคณาจารย์ และยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ออกไปฝึกงานในสถานที่ต่าง ๆ ทําให้นักศึกษาได้เห็นรูปแบบ การทําพันธกิจในคริสตจักรแต่ละแห่งที่เหมือนและแตกต่างกันตามบริบท ทําให้เราได้เรียนรู้หลายอย่างและได้เข้าใจอะไรมากขึ้น ชีวิตตอนเป็น “นักศึกษา” เราแค่รับผิดชอบตัวเองคนเดียว แต่ชีวิตตอนเป็น “อาจารย์” เราต้องรับผิดชอบ ชีวิตสมาชิกอีกหลายคน

ตอนที่เรียนพระคริสตธรรม BIT หรือตอนฝึกงานตามคริสตจักรต่าง ๆ ข้าพเจ้าอาจไม่เคยได้สัมผัสกับคริสตจักรท้องถิ่นจริง ๆ และอาจมีความคาดหวังที่สูง ว่าคงมีผู้นําในโบสถ์อยู่แล้ว มีทีมนมัสการที่เข้มแข็ง มีสมาชิกมานมัสการพระเจ้ามากมาย แต่เมื่อจบออกมารับใช้พระเจ้าในสนามจริง ความคาดหวังเหล่านั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะข้อมูลที่พบคือ มีผู้นํา แค่ 1 คน สมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ไม่มีเครื่องดนตรี ไม่มีใครเล่นดนตรีเป็น ไม่มีทีมนมัสการ สมาชิกมานมัสการพระเจ้า 11 คน เงินถวายปกติ 160 บาท/สัปดาห์ นี่คือสภาพจริงของคริสตจักรท้องถิ่นที่ข้าพเจ้าเห็นครั้งแรก และเป็นสภาพที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้เป็น “เตาหลอม” สําหรับข้าพเจ้าจริง ๆ ทําให้ข้าพเจ้าต้องพิจารณาตัวเองว่า ข้าพเจ้ามีศักยภาพอะไรที่จะสามารถรับใช้พระเจ้าที่นี่ได้บ้าง และหลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ลงมือทําทันที โดยการออกเยี่ยมเยียนสมาชิกตามบ้าน สํารวจและเก็บข้อมูล เปิดสอนดนตรี พื้นฐานเด็กและเยาวชน ประกาศนําเด็กเข้ามายังคริสตจักรให้มากที่สุด อีกทั้งยังทํางานร่วมกับมูลนิธิคิดเพื่อเด็กจัดกิจกรรมในโรงเรียนอีกด้วย

ข้าพเจ้าขอบคุณพระเจ้า แม้การตอบสนองอาจจะไม่มาก แต่ก็มีพระพรมากมายที่ซ่อนอยู่ ขอบคุณพระเจ้าที่ได้เห็นความแห้งแล้งของคริสตจักรในวันนั้น เพื่อจะได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของคริสตจักรในวันนี้ แม้การเปลี่ยน แปลงจะมีไม่มาก แต่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน ปัจจุบันข้าพเจ้ารับใช้พระเจ้าที่คริสตจักรสามัคคีธรรมอําเภอเพ็ญ ตําแหน่งผู้ช่วยศิษยาภิบาลในเครือคริสตจักรสามัคคีธรรม อุดรธานี ภาคที่ 13 ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ข้าพเจ้าได้เห็นการทํางานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ทั้งในชีวิตส่วนตัว ชีวิตสมาชิกและในคริสตจักรเสมอมา ทําให้ข้าพเจ้ามีกําลังใจมากขึ้นในการรับใช้พระเจ้าที่คริสตจักรแห่งนี้

ปัจจุบันคริสตจักรสามัคคีธรรมอําเภอเพ็ญ มีผู้มานมัสการพระเจ้าเฉลี่ย 27-30 คน เงินถวายเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุออกเยี่ยมเยียนร่วมกับศิษยาภิบาล อนุชนเริ่มเล่นกีต้าร์เป็น หลังจากที่มีการสอนดนตรีในคริสตจักรอย่างต่อเนื่อง เริ่มเปิดกลุ่มเซลล์ตามบ้านสมาชิกเพื่อการประกาศ การหนุนใจและการสร้างผู้นํา ความมุ่งมั่นตั้งใจทั้งหมดนี้เกิดจากความมั่นใจในการทรงเรียกของพระเจ้าซึ่งเป็นเคล็ดลับสําคัญในการเรียน หรือการรับใช้พระเจ้า อาจไม่ใช่เพราะความพร้อมจากภายนอกทั้งหมด แต่เป็นความพร้อมจากภายใน ทั้งการทรงเรียก การเชื่อฟัง และความยําเกรงพระเจ้าที่ช่วยให้เรายอมรับการฝึกฝนตนเองในสถาบัน และช่วยให้เรามีสติปัญญาในการรับใช้พระเจ้าได้อย่างเข้มแข็ง

สุดท้ายนี้ขอพระเจ้าอวยพรสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ ห้เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงดี เป็นสถาบันที่ผลิตผู้รับใช้พระเจ้าที่มีคุณภาพ เป็นสถาบันที่พระเจ้าทรงภาคภูมิใจและทรงได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิตของทุก ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นเหล่าคณาจารย์ นักศึกษาที่กําลังศึกษาอยู่ หรือที่จบออกไปแล้ว ตลอดไปเป็นนิตย์

** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับ 80 ปี BIT (The Beginning of A New Normal) หน้า 52-54