เปิดประตูวิวรณ์: อรรถาธิบายหนังสือแห่งความหวัง

สัมภาษณ์ ศาสนาจารย์ ดร. วิริยะ ทิพยวรการกูรผู้เขียนหนังสือ “เปิดประตูวิวรณ์ : อรรถาธิบายหนังสือแห่งความหวัง” 1 ในผลงานด้านวิชาการ ในโอกาสการฉลองครบรอบ 80 ปี มีไอที  ทราบว่าการเขียนหนังสือความยาวกว่า 400 หน้าต้องใช้เวลาและพลังอย่างมาก อะไรทําให้อาจารย์ตัดสินใจเขียนหนังสือเล่มนี้  ขอบคุณสําหรับคําถามนี้นะครับ ความจริงต้องยอมรับว่าการเขียนหนังสือต้องใช้พลังมากจริง ๆ โดยเฉพาะหนังสือที่ไม่ใช่นวนิยายหรือหนังสือหนุนใจ (Non-fiction) เพราะต้องการความถูกต้อง การค้นคว้า ต้องเขียนอย่างระมัดระวัง และต้องใช้ภาษาที่เข้าใจได้ ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมสังเกตคือ คริสเตียนไทยเราไม่ค่อยมีตําราหรือหนังสือประเภทนี้ที่เขียนโดยนักวิชาการคนไทย ส่วนมากที่เรามีเป็นหนังสือแปลจากต่างประเทศ แน่นอนว่าหนังสือแปลจากต่างประเทศมีข้อดีและมีความสําคัญมาก แต่หลายครั้งมักอ่านยาก และไม่ได้ตอบคําถามที่คนไทยมีปัญหาหรือสงสัยมากนัก ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยตอบคําถามบางด้านสําหรับคริสตจักรไทยได้ และหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้มีนักวิชาการไทยเขียนหนังสือให้กับคริสเตียนไทยมากขึ้นในอนาคต (เป็นความหวังส่วนตัวนะครับ)  ทําไมอาจารย์ถึงสนใจเขียนพระธรรมวิวรณ์เป็นเล่มแรก อาจารย์สนใจวิวรณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะเหตุใด? ความจริงแล้ว ผมอาจเหมือนกับทุกคนที่ไม่ได้สนใจพระธรรมวิวรณ์ตั้งแต่แรก เพราะหนังสือเล่มนี้อ่านยาก อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่กล้าตีความ ไม่กล้าอ่านให้จบเพราะมีแต่เรื่องที่น่ากลัว การทําลาย ความตาย และอื่น ๆ ผมได้มาสนใจพระธรรมวิวรณ์ผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาของผมสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่ Lutheran School of Theology at Chicago […]

การทรงเรียก นําสู่การฝึกฝนใน BIT

ครูศาสนา จิระภา ชัยหงษา, ผู้ช่วยศิษยาภิบาล คริสตจักรสามัคคีธรรม อําเภอเพ็ญ ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า ที่ถูกเรียกให้มาเป็นผู้รับใช้พระเจ้า และได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ หรือพระคริสตธรรม BIT เมื่อย้อนกลับไปปี 2558 ตอนนั้นข้าพเจ้า อายุ 28 ปีบริบูรณ์ เป็นคนจังหวัดอุดรธานี พึ่งกลับมาจากการทํางานในประเทศไต้หวันได้ไม่นาน ก็มาทํางานอยู่ใกล้ ๆ บ้าน วันหนึ่ง ได้นําพระคัมภีร์ติดตัวไปอ่านในที่ทํางาน (ปกติไม่เคยเอาไป) ก็เกิดความรู้สึก “อยากเรียนพระคัมภีร์มากๆ” ในระหว่างนั้นได้ทํางานไปกับการเรียนภาษาเกาหลี เพื่อเตรียมตัวไปทํางานที่นั่นและครอบครัวก็สนับสนุนเป็นอย่างดี จึงได้โทรปรึกษากับอาจารย์ท่านหนึ่งเกี่ยวกับความรู้สึกนั้น และได้รับคําแนะนําให้กลับไปอ่านพระคัมภีร์และอธิษฐานทูลถามเจ้าอีกครั้ง จนได้รับคําตอบผ่านพระวจนะของพระเจ้า ในพระธรรม 1 โครินธ์ 15:58 “เหตุฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า ท่านจงตั้งมั่นอยู่อย่าหวั่นไหว จงปฏิบัติงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า การของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้” ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้ารู้สึกสับสนมากว่าจะไปทํางานที่ประเทศเกาหลีหรือเรียนต่อพระคริสตธรรม ในที่สุดเมื่อใคร่ครวญพระวจนะนั้นแล้ว ความรู้สึกสับสนที่เคยมีได้หายไป ข้าพเจ้าจึงมั่นใจและตัดสินใจได้ทันทีว่า “ข้าพเจ้าจะเรียนพระคัมภีร์” หลังจากนั้น ได้มีผู้รับใช้พระเจ้าแนะนําให้รู้จัก BIT ข้าพเจ้า จึงเลือกเข้ามาสอบและได้เรียนที่นี่ เมื่อข้าพเจ้าเข้าเรียนปี 1 ทุกอย่างดําเนินไปด้วย […]

ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ BIT

จิรนันท์ พันธ์สุขุมธนา, นักศึกษา M.Div. ชั้นปีที่ 3 พระเจ้าทรงมีแผนการสําหรับดิฉันในเวลาของพระองค์ และเมื่อดิฉันยอมตอบสนองต่อการทรงเรียก พระเจ้าก็ทรงนําดิฉันให้ถวายตัวเรียนในสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (BIT) แห่งนี้อย่างอัศจรรย์ ซึ่งเดิมแล้วดิฉันไม่ได้มีแผนที่จะศึกษาต่อใดๆ อีก หลังจากที่ดิฉันสําเร็จการศึกษาปริญญาโทจากสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งแล้ว แต่ด้วยพระคุณความรักของพระเจ้าที่ดิฉันได้รับมาตลอดการเดินอยู่ในทางของพระองค์ ทําให้ดิฉันตั้งใจที่จะอุทิศตัวเพื่อการรับใช้ ในปี 2017 ดิฉันได้มีโอกาสไปร่วมค่าย Youth Challenge ที่จัดขึ้นโดย Thailand YFC ค่ายนี้เปิดมุมมองเกี่ยวกับงานรับใช้ให้ดิฉัน สร้างภาระใจให้ตระหนักถึงการมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น และห่วงใยจิตวิญญาณผู้ที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ภายในค่ายดิฉันอธิษฐานทูลขอการทรงเรียกที่ชัดเจนจากพระองค์ แต่ก็ไม่ได้รับคําตอบใด ๆ อย่างไรก็ตามดิฉันยังคงตั้งใจอธิษฐาน และรอคอยต่อไป เพราะเชื่อในเรื่องเวลาของพระเจ้า หลังจากกลับจากค่าย ดิฉันใช้ชีวิตในการทํางานตามปกติ ตอนนั้นดิฉันทํางานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในหน้าที่การงานที่ได้รับค่าตอบแทนที่ดี มีหัวหน้า และเพื่อนร่วมงานที่ดีอยู่รายล้อม ซึ่งทุกอย่างก็ดูลงตัว และดิฉันก็น่าจะมีความสุขดี แต่ความรู้สึกภายในกลับตรงข้ามกันดิฉันเฝ้าถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่าคนเราเกิดมาเพื่อเติบโต เรียนหนังสือ ทํางาน สร้างครอบครัว แล้วก็จากโลกนี้ไปเท่านั้นหรือ? เพราะดิฉันไม่คิดอย่างนั้น แต่กลับเชื่อว่าพระเจ้าสร้างเราแต่ละคน มาพร้อมกับวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน ซึ่งพระเจ้าก็ย่อมสร้างดิฉันมาพร้อมกับพระประสงค์เพื่อพระราชกิจของพระองค์เช่นกัน แต่พระองค์จะใช้ดิฉันในด้านไหน จัดวางเราไว้ตรงไหนของพันธกิจของพระองค์ ดิฉันจึงยังคงอธิษฐาน และแสวงหาคําตอบจากพระองค์ต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่ง สิ่งที่ดิฉันเฝ้าทูลถามก็ได้รับคําตอบ เป็นเช้าตรู่ที่ดิฉันเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปทํางาน […]

BIT เป็นมากกว่าสถาบันการศึกษา

โดย สิงหนาท สัจวจนะไพศาล, นักศึกษา BIT รุ่น 68 – ครูศาสนกิจ โรงเรียนสหบํารุงวิทยา “บีไอที ไม่ได้เป็นสถาบันการศึกษา” ถ้าผมพูดแต่เพียงเท่านี้ความหมายคงจะสื่อไปในทางแง่ลบ งั้นเอาใหม่ครับ “บีไอที ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาบันการศึกษา” ถ้าแบบนี้เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจความหมายที่ผมต้องการสื่ออย่างแน่นอน สวัสดีครับผมชื่อ นายสิงหนาท สัจวจนะไพศาล แต่หลาย ๆ ท่านคงรู้จักผมในชื่อเล่นว่า ปีเตอร์ ผมเป็นนักศึกษา BIT รุ่นที่ 68 ซึ่งก่อนที่ผมจะได้มีโอกาสถวายตัวและมาเรียนเพื่อเตรียมตัวเป็นผู้รับใช้ที่นี่ อยากเท้าความถึงชีวิตก่อนจะตัดสินใจมารับใช้พระเจ้าสักนิดหนึ่งครับ ผมเกิดมาในครอบครัวคริสเตียน มีคุณพ่อเป็นศิษยาภิบาล หลาย ๆ ท่านคงรู้กิตติศัพท์ของ “ลูกศิษยาภิบาล” หรือมีประสบการณ์โดยตรงเป็นอย่างดี ตัวผมเองไม่ได้ทําให้กิตติศัพท์นี้มีความขลังน้อยลงเลย ผมรู้จักพระเจ้าแต่ไม่ได้รู้จักพระองค์อย่างลึกซึ้ง เป็นเพียงความเชื่อที่เชื่อตามบรรพบุรุษ ผมจึงใช้ชีวิตตามใจตัวเอง สนใจแต่เพียงสิ่งที่สามารถตอบสนองความสุขที่จับต้องได้ และไม่เคยมีความคิดหรือความตั้งใจที่จะตัดสินใจถวายตัวรับใช้พระเจ้าเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ในความไม่เคยคิดจะตัดสินใจรับใช้นั้นเอง พระเจ้าค่อย ๆ ตระเตรียมผมเพื่อที่จะรับใช้พระองค์ ทําไมผมถึงคิดเช่นนี้? ในช่วงเวลา ตอนนั้นผมไม่ได้รู้หรอกครับ แต่ ณ วันนี้ ในวันที่ผมสําเร็จการศึกษาและได้มีโอกาสทบทวนถึงตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา จึงทําให้ผมคิดเช่นนั้น […]

ความประทับใจในหลักสูตร School of Ministry (SOM)

โดย มัคนายก ปิยะธิดา ทรงวิช, สมาชิกคริสตจักรที่ 1 สำเหร่ หลายปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ยินชื่อของ BIT หรือสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ จากการที่นักศึกษาหลายคนจากสถาบันแห่งนี้มาฝึกงานที่คริสตจักรที่ 1 สําเหร่ที่ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกอยู่ ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจในความเชื่อ ความขยันขันแข็ง ความมุ่งมั่นในการรับใช้ในงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ประกอบกับอาจารย์หลายต่อหลายท่านได้มาเทศนาที่คริสตจักร ทําให้ยิ่งชื่นชมในความรู้ ความสามารถ และเป็นท่อพระพรมายังคริสตจักรอย่างมากมาย ทําให้ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับสถาบันแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย อาจารย์บางท่านสนับสนุนให้ข้าพเจ้าเรียนที่สถาบันแห่งนี้ แต่ข้าพเจ้าไม่สามารถทําได้ เนื่องจากข้าพเจ้าทํางานประจํา จึงไม่สามารถเรียนพระคัมภีร์เต็มเวลาหรือศึกษาพระคัมภีร์อย่างจริงจังได้ อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเรียนพระคัมภีร์ในช่วงวันเวลาที่สามารถเรียนได้ทั้งภายในและภายนอกคริสตจักร แต่การศึกษาด้วยตัวเองนั้นก็ไม่สามารถทําได้อย่างเต็มที่ ข้าพเจ้าซื้อหนังสือมาหลายเล่มแต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาอ่าน ในช่วงเวลาที่มีความรู้สึกอย่างแรงกล้าที่อยากจะศึกษาพระคัมภีร์อย่างจริงจังเพื่อเสริมความรู้ เพิ่มความเชื่อในพระเจ้าให้มากขึ้น ให้มีความมั่นใจที่จะประกาศเรื่องของพระเจ้ามากขึ้น จึงอธิษฐานขอพระเจ้าให้มีหลักสูตรที่จะสามารถเรียนได้ในช่วงค่ําหรือวันเสาร์อาทิตย์ได้ แล้วพระเจ้าก็ตอบคําอธิษฐานด้วยการส่ง ศจ.ดร.อภิชาติ พูลศักดิ์วรสาร มาเทศนาที่คริสตจักรในสัปดาห์ต่อมา และท่านได้ประชาสัมพันธ์ถึงหลักสูตร SOM จึงมั่นใจว่านี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่จะให้ศึกษาพระคัมภีร์ในหลักสูตรนี้ จึงได้ลงเรียนมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเรียนวิชาเกี่ยวกับพระคัมภีร์ ดนตรี คริสตจักร และวิชาการให้คําปรึกษา การเรียนพระคัมภีร์อย่างต่อเนื่องทําให้ได้เรียนรู้ว่า เหตุใดจึงอ่านพระคัมภีร์ไม่เข้าใจ การจะเข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนกําลังจะสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจนั้น เราต้องรู้ประวัติศาสตร์ รู้บริบท รู้ประเภทของวรรณกรรม รู้ว่าผู้เขียนเป็นใคร อยู่ในยุคใด […]

แนะนำหลักสูตร

หลักสูตรคริสตศาสนศาสตร์โท (M.Div.) ช่องทางใหม่ทางการศึกษา The Beginning of the Normal หลักสูตรคริสตศาสนศาสตร์โท (M.Div.) ผ่านระบบ E-Learning หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคริสตศาสนศาสตร์ (BA)คณะคริสตศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคริสตศาสนศาสตร์ (BA) มุ่งพัฒนาศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการทรงเรียกให้เป็นผู้รับใช้เต็มเวลา ทั้งในบทบาทของศิษยาภิบาลคริสตจักร งานศาสนกิจขององค์กรคริสเตียนต่าง ๆ สร้างผู้เรียนให้มีองค์ความรู้ด้านพระคัมภีร์ควบคู่ไปกับองค์ความรู้ด้านการทําพันธกิจ พร้อมด้วยการฝึกฝนชีวิตในสถาบันฯ ตลอด 4 ปี เพื่อนําไปสู่การรับใช้ที่ถูกต้องตามพระวจนะของพระเจ้าอย่างมีทักษะและเกิดผล เป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทําให้ผู้เรียนสามารถรับใช้พระเจ้าได้ในวงกว้างขึ้นในหน่วยงานที่ต้องการปริญญาที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลไทย และสามารถต่อยอดความรู้ได้ในสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ หลักสูตร School of Ministry (SOM) ** บทความจากสารผู้เลี้ยง บีไอที ฉบับ 80 ปี BIT (The Beginning of A New Normal) หน้า 41-43

The Beginning of A New Normal สรรเสริญมอบถวาย ฉลอง 80 ปี BIT

ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงนำให้สถาบันบีไอที่ได้มีโอกาสรับใช้พระเจ้าในด้านคริสตศาสนศาสตร์ ศึกษาในประเทศไทยมายาวนานถึง 80 ปี เมื่อคิดถึงอายุ 80 ปีซึ่งเป็นตัวเลขการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีของบีไอที ทําให้คิดถึงบุคคล 2 คนในพระคัมภีร์เดิมที่มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในชีวิตของทั้งสองท่าน คือ บารซิลลัย และโมเสส บารซิลลัยเมื่ออายุ 80 ปี บารซิลลัยซึ่งเป็นมิตรสหายของกษัตริย์ดาวิดซึ่งคริสเตียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก บารซิลลัยผู้นี้อาศัยอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ําจอร์แดน เมื่อดาวิดต้องหนีอับซาโลมผู้ยึดอํานาจออกจากกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อข้ามแม่น้ําจอร์แดนไปแล้ว บารซิลลัยได้นําอาหารมาต้อนรับดาวิดและผู้ตามเสด็จ ต่อมาอับซาโลมได้ติดตามดาวิดมายังฝั่งตะวันออก ทหารของดาวิดได้ออกไปสู้รบกับกองทัพของอับซาโลม ในที่สุดอับซาโลมเสียชีวิต กษัตริย์ดาวิดจึงได้เสด็จกลับกรุงเยรูซาเล็ม ขณะดาวิดกําลังจะข้ามกลับไปฝั่งตะวันตกของแม่น้ําจอร์แดน บารซิลลัยได้มาส่งดาวิด ดาวิดจึงได้ชวนบารซิลลัยให้ไปอยู่กรุงเยรูซาเล็มด้วยกัน แต่บารซิลลัยได้ตอบดาวิดว่า “ข้าพระบาทจะอยู่ต่อไปได้อีกกี่ปี? ที่ข้าพระบาทจะขึ้นไปอยู่กับพระราชาที่เยรูซาเล็ม วันนี้ข้าพระบาทมีอายุ 80 ปีแล้ว ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทจะสังเกตว่าอะไรเป็นที่พอใจและไม่พอใจได้หรือ? ข้าพระบาทจะลิ้มรสอร่อยของสิ่งที่กินและดื่มได้หรือ? ข้าพระบาทจะฟังเสียงนักร้องชายหญิงร้องเพลงได้อีกหรือ? ทําไมจะให้ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเป็นภาระเพิ่มแก่พระราชาเจ้านายของข้าพระบาทอีกเล่า?” (2 ซมอ.19:34-35) สําหรับบารซิลลัยแล้ว อายุ 80 ปีเป็นเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ความสามารถในการเฉลิมฉลองนั้นก็ลดลงแล้ว ในที่สุดบารซิลลัยจึงตัดสินใจที่จะไม่รับคําเชิญของดาวิดสําหรับบารซิลลัยนั้นอายุ 80 ปีคือวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ท่านไม่คิดจะไปต่อแล้ว ถ้าเราดูชีวิตของบารซิลลัยแล้ว และถ้าเราคิดแบบบารซิลลัยเราก็คงมองไม่เห็นหนทางที่จะไปต่อ คริสเตียนจํานวนไม่น้อยคิดว่า อะไรที่อายุมาก […]

New Generation – เสริมสร้างคนรุ่นใหม่

หนึ่งในธีม 80 ปีของบีไอที่นั้นได้เน้นเรื่องการเสริมสร้างคนรุ่นใหม่ เพราะเราทุกคนต่างก็รู้ว่า หากขาดคนรุ่นใหม่มารับช่วงต่อ องค์กรนั้น ๆ ก็จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ อยู่มา 80 ปี ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะอยู่ต่อไปได้ เราพบเห็นองค์กรเก่าแก่หลายแห่งประสบปัญหาต้องปิดตัวไป ธุรกิจครอบครัวรุ่นพ่อไม่มีลูกหลานมาสืบสานต่อ คริสตจักรเก่าแก่ที่มีแต่ผู้สูงวัยก็ทยอยปิดตัวลงประกาศขายหรือเปลี่ยนไป เป็นร้านอาหาร! บางพันธกิจที่ทำอยู่ในคริสตจักรต้องหยุดไปเพราะไม่มีใครมารับผิดชอบต่อ ปัญหาคลาสสิคที่พบเห็นได้ทั่วไป นี่ยังไม่นับการที่ต้องเผชิญกับปัญหาการถูกดีสรัปชั่น ถูกการเปลี่ยนแปลงมาบีบให้ผู้ที่ไม่ยอม เปลี่ยนแปลงต้องปิดตัวเองไป สิ่งเหล่านี้กษัตริย์ซาโลมอนได้กล่าวไว้ในปัญญาจารย์แล้วว่า “ข้าพเจ้าเกลียดการตรากตรำทั้งสิ้น ซึ่งข้าพเจ้าตรากตรำอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะข้าพเจ้า จําต้องละการนั้นไว้ให้แก่คนที่มาภายหลังข้าพเจ้า แล้วใครจะไปทราบว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนมีสติ ปัญญาหรือคนเขลา กระนั้นเขาก็ครอบครองการตรากตรำทุกอย่างของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้ตรากตรำ มาและใช้สติปัญญาทำภายใต้ดวงอาทิตย์ นี่ก็อนิจจังด้วย ข้าพเจ้าจึงหันกลับและท้อแท้ใจนักถึงเรื่อง การตรากตรำทั้งสิ้น ซึ่งข้าพเจ้าตรากตรำมาภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะว่ามีคนที่ตรากตรำโดยใช้สติ ปัญญา ความรู้และความชํานาญ แต่แล้วก็ละส่วนแบ่งของเขาให้อีกคนหนึ่งที่หาได้ตรากตรำทําเพื่อ การนั้นไม่ นี่ก็อนิจจังด้วยและสามานย์ยิ่ง” (ปัญญาจารย์ 2:18-21) กษัตริย์ที่ฉลาด ยิ่งใหญ่ ร่ำรวย มีทุกสิ่งที่พร้อม ทําไมจึงกล่าวเช่นนี้ เพราะความจริงนี้ได้เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง หากเราไม่สามารถเสริมสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาได้ สิ่งที่ ได้สร้างไว้ก็อาจจะหายไปหรือหมดไปอย่างรวดเร็ว คริสตจักรที่ผู้เชื่อร่วมกันสร้างด้วยชีวิต กลับกลาย เป็นตึกร้าง […]

New Connection – สานสัมพันธ์พี่น้อง

ในปีนี้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีของสถาบันกรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์ (BIT) สถาบันได้รับพระคุณของพระเจ้ามากมายตลอดมา ผ่านความเมตตาของผู้ที่สนับสนุนพันธกิจอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคริสตจักรที่อยู่ในภาค 7 แต่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา สถาบันก็ได้รับการสนับสนุนที่มาจากคริสตจักร องค์กร หน่วยงานที่มีอยู่ทั้งในสภาคริสตจักรในประเทศไทย สหกิจคริสเตียนฯ และสหคริสตจักรแบ๊บติสต์ฯ มากขึ้น เมื่อสถานการณ์ของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2019 อันเนื่องมาจากการระบาดของไวรัสที่รู้จักกันในนามของ COVID-19 ทำให้ผู้คนในสังคมก็เริ่มเข้าสู่สภาวะใหม่ที่เรียกว่า New Normal (ความปกติใหม่) ซึ่งดูเหมือนว่า จะไม่ได้เป็นความปกติที่บางคนต้องการ เพราะแนวทางการใช้ชีวิตของเขาต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงพอสมควร เป็นการที่ให้คนเราต้องอยู่ห่างกัน ใส่หน้ากากเข้าหากัน รวมถึงโอกาสในการสังสรรค์ ทําให้ความสัมพันธ์ในสังคมก็ลดลง ผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตในสังคมเท่านั้น แต่ผลกระทบนี้ได้ลุกลามเข้าไปในคริสตจักร ซึ่งในช่วงแรกก็เป็นการดำเนินชีวิตอย่างความปกติใหม่ คือคนที่จะเข้าคริสตจักร ต้องมีหน้ากากอนามัยและนั่งกันในระยะที่ห่างกัน หลายคริสตจักรเกิดผลกระทบเพราะสมาชิกเข้าร่วมนมัสการได้ประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก และบางส่วนก็ต้องนมัสการผ่านสื่อดิจิทัล (digital) เท่านั้น ทำให้ความสัมพันธ์ในคริสตจักรก็ลดลง มากกว่านั้นผลกระทบนี้ก็มาถึงสถาบันพระคริสตธรรมด้วย ซึ่งหลายท่านอาจคิดหรืออาจกล่าวว่า สถาบันพระคริสตธรรมอาจจะไม่ได้มีส่วนมากมายในสังคม รวมถึงสังคมในคริสตจักรด้วย ความสัมพันธ์นั้นก็ดูยิ่งห่างเหิน แต่ในความเป็นจริงนั้นสถาบันพระคริสตธรรมได้มีส่วนเสริมสร้างบุคคลที่ต้องการจะรับใช้พระเจ้า ให้เป็นบุคลากรที่ทำงานในคริสตจักร และในองค์กรที่ช่วยเหลือสังคม ในเวลาเดียวกันคริสตจักร […]

คําเทศนาวันระลึกและการเฉลิมฉลองครบ 80 ปีบีไอที

หัวข้อเทศนา : ทีละระยะ | พระธรรม : กันดารวิถี 33:1-4 มีคํากล่าวว่า การเดินทางชีวิตที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ “จุดหมายปลายทาง” แต่อยู่ที่ “ระหว่างทางที่เดิน” ต่างหาก แผ่นดินแห่งคําสัญญาคือ “จุดหมายปลายทาง” ของคนอิสราเอล และ “ระหว่างทางที่เดิน ต้องใช้เวลาถึง 40 ปี พระธรรมกันดารวิถีบทที่ 33 เป็นการนับเส้นทางและอยู่ในระหว่างทางที่ เดินสู่จุดหมาย ตลอดการเดินทาง “ทีละระยะ” นั้น พระวจนะของพระเจ้ากําลังตรัสอะไรกับเรา ผ่าน “ระหว่างทางเดิน” ของคนอิสราเอล ในการเดินตามพระเจ้าและการรับใช้ในพันธกิจที่พระองค์ ทรงมอบหมายให้เรากระทำ ประการที่ 1 ทีละระยะภายใต้การนําของโมเสสและอาโรน พระเจ้าเห็นความทุกข์ของอิสราเอลที่อยู่ในประเทศอียิปต์ ได้ยินเสียงร้องถึงความทุกข์ร้อนต่าง ๆ เนื่องจากการกดขี่ของพวกนายงาน พระองค์ต้องการช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์ และนําเขาออกจากประเทศนั้นไปยังแผ่นดินที่อุดมกว้างขวางที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ และพระเจ้า ทรงเรียก “โมเสส” ให้นําระหว่างทางที่เดินและอาโรนเป็นผู้ช่วย ตั้งแต่การออกจากการเป็นทาส ในประเทศอียิปต์จนเกือบถึงสถานที่เป้าหมาย (อพยพ 3:1-8) หากระหว่างทางที่เดินสำคัญ ผู้นํา ที่นําระหว่างทางที่เดินก็สำคัญยิ่ง […]

1 2