สรุปย่องานวิทยานิพนธ์ การวิจัย: คําสอนเรื่องการรักเพื่อนบ้าน ตามทรรศนะปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตีความการรักเพื่อนบ้านตามปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง เป็นการวิจัยเอกสารโดยใช้วิธีวิจัยทางปรัชญาได้แก่ วิภาษวิธีระหว่างฝ่ายกระบวนทรรศน์ปรัชญา นวยุคและฝ่ายกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง ร่วมกับกระบวนการคิดไตร่ตรองเชิง วิจารณญาณเพื่อวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ ประเมินคุณค่าและการประยุกต์ใช้ การตีความเชิงปรัชญาด้วย หลักเทวรูปสี่ของฟรานซิส เบคอน ปรัชญาความสุขของอริสโตเติล ความรักสี่แบบตามภาษากรีกในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ด้วยหลักอรรถปริวรรต ผลการวิจัยพบว่า กระบวนทรรศน์นวยุคมีทรรศนะว่าการรักเพื่อนบ้านควรตีความให้มีความชัดเจนในความหมายของคําศัพท์และใช้การตีความตามภาษาสามัญนําสู่การปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมเพื่อนําไปสู่การแสดงการรักเพื่อนบ้านแบบอกาเป้ (agape) ที่สอดคล้องตามคําสอน แต่กระแสความคิดดังกล่าวมีจุดอ่อน นั่นคือ ยังมีความยึดมั่นถือมั่นในภาษา ในขณะที่กระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลางทําให้ตีความและอธิบาย เรื่องการรักเพื่อนบ้านของคริสตศาสนาว่าพระเยซูไม่ได้จํากัดคําว่าเพื่อนบ้านตามความเข้าใจหรือความเคยชินหรือนิยามทั่วไปเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคนที่ต้องการการดูแล ต้องการความรักและการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ และการรักเพื่อนบ้านนั้นควรทําต่อเพื่อนบ้านไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล เพื่อเป็นการส่งเสริมสันติภาพตามเป้าหมายของปรัชญาหลังนวยคสายกลาง ผลการวิจัยนี้สามารถนําไปใช้อธิบายและเป็นแนวทางในการแสดงการรักเพื่อนบ้าน คือเป็นเพื่อนมนุษย์ ทั้งผู้ที่นับถือศาสนาเดียวกัน ต่างศาสนา ผู้ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเราและแม้กระทั่งผู้เป็นศัตรูที่กําลังมุ่งทําร้ายเรา คําสําคัญ: คําสอน, การรักเพื่อนบ้าน, ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง วัตถุประสงค์ของการวิจัย  เพื่อศึกษาการตีความการรักเพื่อนบ้านตามกระบวนทรรศน์ปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง  ผลการวิจัย การวิจัยเรื่องคําสอนเรื่องการรักเพื่อนบ้านในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ตามทรรศนะปรัชญา หลังนวยุคสายกลาง ผลการวิจัยพบว่า 1. การตีความคําสอนเรื่องการรักเพื่อนบ้านสําหรับคริสเตียนในปัจจุบัน ก้าวล่วงไปจากกระบวนทรรศน์ปรัชญายุคกลางที่เน้นการทําดีเพื่อโลกสวรรค์ โดยมีมุมมองของการประยุกต์ใช้เพื่อการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ ดังนั้นผู้สอนจึงมักจะใช้การตีความตามกระบวนทรรศน์ปรัชญานวยุค เป็นการเน้นความหมายตามศัพท์ มีการอ้างอิงคัมภีร์ และการจําแนกโดยแนวคิดวิชาการเพื่อนําไปสู่พฤติกรรมอันพึงประสงค์ของศาสนิกที่ดี ผู้สอนมักจะแสดงความหมายของ “รัก” ตามหลักเทวรูปสี่ของฟรานซิส เบเกิน เพื่อให้ง่ายแก่กลุ่มคริสเตียนนั้นคือ รักตามเทวรูปแห่งตระกูล […]

สรุปย่องานวิทยานิพนธ์ การปลูกฝังหลักจริยธรรมคริสเตียน ตามกระบวนทรรศน์ปรัชญา หลังนวยุคสายกลาง: การศึกษาเชิงวิเคราะห์ วิจักษ์ และวิธาน

สังคมเปลี่ยนแปลงสู่ความก้าวหน้าที่ทันสมัยทําให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป การถ่ายทอดหลักจริยธรรมของศาสนาในรูปแบบเดิมมีแนวโน้มขาดความสอดคล้องต่อวิถีชีวิตปัจจุบัน เกิดช่องว่างในความเข้าใจและการปฏิบัติตามมากขึ้น สังคมที่พัฒนาสู่ความเป็นพหุสังคมทางวัฒนธรรม มีความหลากหลายของผู้คนทั้งความคิด ภาษาวัฒนธรรม และกระบวนทรรศน์ที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มคน บางสถานการณ์ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและแตกแยก การสอนหรือการปลูกฝังหลักจริยธรรมแก่ศาสนิกชนจึงมีเป้าหมายเพื่อสร้างความประพฤติที่ดีให้เกิดเป็นความงอกงามภายในและบรรลุถึงความสุขตามเป้าหมายของชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความประพฤติของมนุษย์อันมีหลัก คุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมเป็นมาตรฐานในการดําเนินชีวิตของแต่ละบุคคล อีกทั้งช่วยให้บุคคลได้พัฒนาคุณภาพชีวิต ความก้าวหน้าและรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมได้ (เอนก สุวรรณ บัณฑิต, 2562) การปลูกฝังหลักจริยธรรมที่ดีงามย่อมก่อให้เกิดความงอกงามของพฤติกรรมในแต่ละบุคคล กระตุ้นบุคคลได้ปรับเปลี่ยนตามทิศทางของเป้าหมายชีวิตที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงตามแต่ละคน และสามารถค้นพบความสุขตามสภาพที่ตนดํารงอยู่ได้อย่างเหมาะสมที่สุด หลักการประพฤติปฏิบัติของคริสตชนมุ่งตามมาตรฐานคําสอนของพระเยซูคริสต์ ที่สําแดงออกในวิถีชีวิตอย่างมีคุณภาพตามความเชื่อ (เชิดชัยเลิศจิตรเลขา, 2548) เช่น ความเชื่อ (faith) ความหวัง (hope) และความรัก (charity) แต่เนื่องด้วยรูปแบบชีวิตของบุคคลในสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปตามแนวคิดของยุคสมัยจึงทําให้มีรูปแบบการประพฤติที่หลากหลาย ขณะเดียวกันแต่ละบุคคลย่อมมีเกณฑ์ในการตัดสินไว้ว่า การกระทําใดสอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของตนหรือไม่ ตามที่วิทเกินชทายน์ (Wittgenstein 1889-1951) ได้ให้ความชัดเจนว่า รูปแบบชีวิตหรือกระบวนทรรศน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะมีลักษณะเป็นอย่างไรนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความรู้สึกพึงพอใจของบุคคลนั้นเท่านั้น วิธีการเรียนรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดของแต่ละคนมาจากเบื้องหลังของจุดยืนและมาตรการการสร้างคุณค่าของแต่ละบุคคล (อ้างถึงใน กีรติ บุญเจือ, 2551) มีความเที่ยงตรงหรือชอบธรรมในตนเองไม่เหมือนใคร มีความหลากหลาย และสามารถส่งผลต่อการเลือกส่วนที่ดีที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้กับชีวิตได้ กีรติ บุญเจือ (2551) ได้กล่าวถึงกระบวนทรรศน์ที่มีผลต่อชีวิตด้านการนับถือศาสนาของบุคคล สามารถแบ่งออกเป็น 5 […]

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save