เปิดประตูวิวรณ์: อรรถาธิบายหนังสือแห่งความหวัง

สัมภาษณ์ ศาสนาจารย์ ดร. วิริยะ ทิพยวรการกูรผู้เขียนหนังสือ “เปิดประตูวิวรณ์ : อรรถาธิบายหนังสือแห่งความหวัง” 1 ในผลงานด้านวิชาการ ในโอกาสการฉลองครบรอบ 80 ปี บีไอที  ทราบว่าการเขียนหนังสือความยาวกว่า 400 หน้าต้องใช้เวลาและพลังอย่างมาก อะไรทําให้อาจารย์ตัดสินใจเขียนหนังสือเล่มนี้  ขอบคุณสําหรับคําถามนี้นะครับ ความจริงต้องยอมรับว่าการเขียนหนังสือต้องใช้พลังมากจริง ๆ โดยเฉพาะหนังสือที่ไม่ใช่นวนิยายหรือหนังสือหนุนใจ (Non-fiction) เพราะต้องการความถูกต้อง การค้นคว้า ต้องเขียนอย่างระมัดระวัง และต้องใช้ภาษาที่เข้าใจได้ ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมสังเกตคือ คริสเตียนไทยเราไม่ค่อยมีตําราหรือหนังสือประเภทนี้ที่เขียนโดยนักวิชาการคนไทย ส่วนมากที่เรามีเป็นหนังสือแปลจากต่างประเทศ แน่นอนว่าหนังสือแปลจากต่างประเทศมีข้อดีและมีความสําคัญมาก แต่หลายครั้งมักอ่านยาก และไม่ได้ตอบคําถามที่คนไทยมีปัญหาหรือสงสัยมากนัก ผมหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยตอบคําถามบางด้านสําหรับคริสตจักรไทยได้ และหวังว่าจะช่วยกระตุ้นให้มีนักวิชาการไทยเขียนหนังสือให้กับคริสเตียนไทยมากขึ้นในอนาคต (เป็นความหวังส่วนตัวนะครับ)  ทําไมอาจารย์ถึงสนใจเขียนพระธรรมวิวรณ์เป็นเล่มแรก อาจารย์สนใจวิวรณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะเหตุใด? ความจริงแล้ว ผมอาจเหมือนกับทุกคนที่ไม่ได้สนใจพระธรรมวิวรณ์ตั้งแต่แรก เพราะหนังสือเล่มนี้อ่านยาก อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่กล้าตีความ ไม่กล้าอ่านให้จบเพราะมีแต่เรื่องที่น่ากลัว การทําลาย ความตาย และอื่น ๆ ผมได้มาสนใจพระธรรมวิวรณ์ผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาของผมสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่ Lutheran School of Theology at Chicago […]

สุขภาวะของคริสเตียนจากพระธรรมวิวรณ์

Wellness in Revelation สุขภาวะ เป็นหัวข้อยอดนิยมในสังคมปัจจุบัน ยุคที่หลายคนเริ่มตื่นตัวกับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยองค์รวม เป้าหมายชีวิตไม่ใช่เพียงการทํางานหนักสะสมเงินทองเท่านั้น แต่ควรเป็นการใช้ชีวิตอย่างสมดุลที่ทําสู่ความสุขแท้หรือการมีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม ความมั่นคงโดยรวม1 เรื่องการมีความสุขอย่างสมดุลนี้ พระธรรมวิวรณ์มีคําสอนหรือบทเรียนอะไรให้กับผู้เชื่อด้วยหรือ? หากดูอย่างผิวเผินแล้ว หลายคนอาจคิดว่าพระธรรมวิวรณ์ไม่น่าจะสอนเรื่องความสุขอย่างสมดุลได้ เพราะมีเนื้อหาที่เต็มไปด้วยนิมิตที่น่ากลัว เช่น แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ลูกไฟใหญ่ตกจากฟ้า น้ําทะเลกลายเป็นเลือด ภัยจากตกแตนที่ทรมานคนสงครามครั้งใหญ่ มหานครถูกทําลายภายในหนึ่งชั่วโมง เป็นต้น นิมิตที่น่ากลัวเหล่านี้น่าจะทําให้ผู้อ่านมีความทุกข์มากกว่าความสุข หรือวิวรณ์มีถ้อยคําแห่งการพิพากษาลงโทษมากกว่าคําหนุนใจหรือพระพร นิมิตเหล่านี้จะนําสู่พระพรหรือความสุขได้อย่างไร? แท้จริงแล้ว พระธรรมวิวรณ์ไม่ได้นําเสนอแต่ภาพน่ากลัวหรือเป็นนิมิตแห่งการทําลายล้างเท่านั้น แต่มีถ้อยคําหนุนน้ําใจด้วย โดยจุดประสงค์หลักของหนังสือเล่มนี้กลับเป็นหนังสือหนุนใจให้ผู้อ่านตระหนักถึงพระพรหรือความสุขแท้ที่มาจากพระเจ้า วิวรณ์ได้หนุนใจผู้อ่านตั้งแต่ต้นว่า “ความสุขมีแก่ผู้ที่อ่านและแก่บรรดาผู้ที่ฟังคําเผยพระวจนะ แล้วประพฤติตามสิ่งต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในนั้น เพราะว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว” (วว.1:3) ตอนท้ายของพระธรรมวิวรณ์ยังหนุนใจด้วยว่า “นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆ นี้ ความสุขมีแก่คนที่ถือรักษาคําพยากรณ์ในหนังสือนี้” (วว.22:7) หากวิวรณ์ มีถ้อยคําหนุนใจให้ผู้อ่านจะได้รับความสุขหรือพระพร (ไม่ได้เน้นการทําลายหรือคําสาปแช่งผู้อ่าน) แต่เหตุใดวิวรณ์จึงมีเนื้อหาที่น่ากลัว ภัยพิบัติ สงคราม การพิพากษาโทษและการทําลาย ความสุขในวิวรณ์หมายถึงอะไร? นิมิตเรื่องการทําลายมีประโยชน์อย่างไร? เราจะได้รับความสุข ตามที่วิวรณ์สัญญาไว้ได้อย่างไร? […]

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save